เรือ USS Abraham Lincoln ถึงไทย หลังออกปฏิบัติภารกิจยาวนานเป็นประวัติการณ์ 250 วัน

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
- Author, โจนาธาน เฮด
- Role, ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้t
- Reporting from, Pattaya, Thailand
- Published
- เวลาอ่าน: 5 นาที
หลังจากใช้เวลาอยู่กลางทะเลยาวนานเป็นประวัติการณ์ถึง 250 วัน โดยไม่ได้แวะเทียบท่าที่ใดเลย เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) ได้เข้าเทียบท่าในประเทศไทย เปิดโอกาสให้ลูกเรือเกือบ 5,000 นาย ได้พักผ่อนอย่างที่พวกเขารอคอยมานาน
เรือลำดังกล่าวจอดอยู่ใกล้กับเมืองชายทะเลพัทยา ซึ่งเป็นที่รู้จักจากชีวิตกลางคืนอันครึกครื้นและการท่องเที่ยวทางเพศ อย่างไรก็ตาม สำหรับสหรัฐฯ สถานที่แห่งนี้ยังสะท้อนความหมายทางประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นด้วย
เมื่อลูกเรือที่อ่อนล้าจากภารกิจเดินเข้าสู่บาร์และร้านอาหารต่าง ๆ ในเมือง พวกเขากำลังเดินตามรอยทหารอเมริกันหลายแสนนายที่เคยมาพักผ่อนหย่อนใจ หรือที่เรียกว่า R&R (Rest and Relaxation) ในช่วงสงครามเวียดนาม
ทหารสหรัฐฯ เหล่านั้นได้เปลี่ยนหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบ ให้กลายเป็นหนึ่งในเมืองแห่งสถานบันเทิงและปาร์ตี้ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ปัจจุบันตรอกซอกซอยที่ประดับด้วยแสงนีออนซึ่งทอดยาวลงสู่ชายหาดกลับเงียบเหงากว่าปกติ บาร์ต่าง ๆ บนถนนคนเดินอันโด่งดังของเมืองยังคงฉายวิดีโอหญิงนักเต้นรูดเสาบนผนัง เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้าน
ทว่าลูกค้ากลับมีไม่มากนัก และส่วนใหญ่ดูจะเป็นครอบครัวจากตะวันออกกลางที่สนใจพ่อค้าขายไอศกรีมตุรกีมากกว่าอะโกโก้บาร์
สงครามอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของผู้บริโภค ได้สร้างความยากลำบากให้กับธุรกิจต่าง ๆ ในพัทยาอย่างมาก ดังนั้น การมาถึงของทหารเรืออเมริกันหลายพันนาย ซึ่งไม่ได้มีโอกาสใช้เงินเดือนตลอด 9 เดือนที่อยู่กลางทะเล จึงถือเป็นโอกาสอันหายากสำหรับธุรกิจท้องถิ่น

เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ลำนี้ออกเดินทางจากเมืองซานดิเอโกเมื่อเดือน พ.ย. ปีก่อน เพื่อปฏิบัติภารกิจในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ ซึ่งเดิมมีกำหนดระยะเวลาประมาณ 6 เดือน
อย่างไรก็ตาม ต่อมาเรือถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังอ่าวเปอร์เซีย หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านในช่วงปลายเดือน ก.พ.
เมื่อไม่นานมานี้ สมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนได้แสดงความกังวลต่อรายงานที่ระบุว่า ลูกเรือกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนอาหาร ห้องน้ำชำรุด และความเครียดสะสมจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลานาน
กองทัพเรือสหรัฐฯ ยอมรับว่าสภาพการทำงานบนเรือเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ยืนยันว่าลูกเรือได้รับการสนับสนุนและการดูแลอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นกับบีบีซีเกี่ยวกับการเข้าเทียบท่าที่พัทยา โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงในการปฏิบัติการ
แม้ไทยจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน แต่ไทยยังคงเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาของสหรัฐฯ และการเข้าเทียบท่าของเรือรบสหรัฐฯ ในประเทศไทยก็ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ
อย่างไรก็ดี การมาถึงของกำลังพลสหรัฐฯ จำนวนมากครั้งนี้ น่าจะเป็นการเดินทางของทหารอเมริกันจากเขตสงครามเข้าสู่พัทยามากที่สุด นับตั้งแต่กรุงไซง่อนแตกเมื่อปี 2518

"การมาเยือนครั้งนี้อาจจะเป็นความหวังที่ดีที่สุดของเรา" อานนท์ สายธีร์ ผู้ขายอัญมณีในร้านค้าใกล้ถนนคนเดินพัทยากล่าว ร้านของเขาได้ติดป้ายขนาดใหญ่ต้อนรับทหารเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ พร้อมมอบส่วนลดพิเศษให้ "พวกเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เราแค่หวังว่าพวกเขาจะใช้จ่ายเงินที่นี่บ้าง"
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทั้งสหรัฐฯ และไทยกำลังพยายามทำให้การเยือนครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยไม่ให้เกิดข่าวอื้อฉาวในทางที่พัทยามักเป็นที่รู้จัก
ทางการไทยระบุว่ามีบางพื้นที่ที่ทหารชายและหญิงของสหรัฐฯ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป หนึ่งในนั้นคือ ซอย 6 ซึ่งทอดยาวลงสู่ชายหาดหลัก และเป็นที่รู้จักจากการมีอะโกโก้บาร์ยั่วยวนใจจำนวนมาก
แม้ว่าตำรวจไทยจะเตือนผู้มาเยือนชาวอเมริกันว่า การค้าประเวณีถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่คาดกันว่าในพัทยามีผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศอยู่ราว 25,000-50,000 คนโดยหลายคนทำงานอยู่ในซอย 6 ยืนอยู่หน้าร้านเพื่อเชิญชวนลูกค้าชายให้เข้าไปใช้บริการ
นอกจากนี้ร้านจำหน่ายกัญชาจำนวนมากในพัทยาก็เป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับลูกเรือสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับกิจกรรมกีฬาทางทะเลบางประเภท เช่น ร่มร่อน (paragliding) และเจ็ตสกี
"นั่นเป็นการตัดสินใจของพวกเขา" นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวกับบีบีซี "กองทัพสหรัฐฯ ได้ศึกษาข้อมูลและเตรียมการมาเป็นอย่างดีแล้ว"

ที่มาของภาพ, BBC/ Lulu Luo
กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้จัดรถรับส่งระหว่างท่าเรือกับเมืองพัทยา โดยให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 02.00 น. ของทุกวันตลอดช่วงที่เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้จอดอยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีโรงแรม 2 แห่งที่ได้รับเลือกว่าเหมาะสมสำหรับลูกเรือสหรัฐฯ ที่ต้องการใช้จ่ายเพื่อพักค้างคืนบนฝั่ง
ทางการไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายลงพื้นที่ดูแลความเรียบร้อยในย่านสถานบันเทิงของเมืองพัทยา พร้อมทั้งเตือนผู้ประกอบการท้องถิ่นไม่ให้คิดค่าบริการเกินจริงกับแขกชาวอเมริกัน
"การมาเยือนของทหารสหรัฐฯ เมื่อ 50-60 ปีก่อน ทำให้พัทยาเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก และช่วยเปลี่ยนเมืองแห่งนี้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว" นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าว
"เราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เมืองนี้มีภาพจำเรื่องสาวบาร์ เราเข้าใจภาพลักษณ์เหมารวมนั้นดี และไม่สามารถหยุดมันได้"
"สิ่งที่เราทำได้คือแสดงให้เห็นว่าพัทยาเปลี่ยนไปแล้ว ปัจจุบันเรามีสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกีฬา การสัมมนา กิจกรรมด้านสุขภาพและการดูแลตัวเอง รวมถึงกิจกรรมที่เหมาะสำหรับครอบครัว เป็นการผสมผสานของทุกอย่างเข้าด้วยกัน"
ทั้งสองประเทศหวังว่า เมื่อเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น เริ่มออกเดินทางกลับข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกในวันที่ 6 ก.ย. ลูกเรือจะได้พักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายอย่างเต็มที่ พร้อมสำหรับการเดินทางอันยาวนานกลับบ้าน































