ของเสียทางการแพทย์หรือยาวิเศษ เหตุใดจึงยังมีการลักลอบค้ารกเด็ก ?

ที่มาของภาพ, Sebastian Kaulitzki/Science Photo Library
- Author, อาซาด โซไฮบ์
- Author, ชาห์ซาด มาลิก
- Role, บีบีซีแผนกภาษาอูรดู
- Published
- เวลาอ่าน: 8 นาที
- คำเตือน บทความนี้มีภาพชิ้นส่วนมนุษย์ที่อาจทำให้ผู้อ่านรู้สึกไม่สบายใจ
ทางการปากีสถานกำลังสอบสวนขบวนการที่ต้องสงสัยว่าลักลอบนำรกมนุษย์ออกจากโรงพยาบาลเพื่อนำไปผลิตยาฉีดชะลอวัย โดยสำนักงานสอบสวนกลางหรือเอฟไอเอ (Federal Investigation Agency - FIA) กล่าวหาว่าเครือข่ายดังกล่าวว่าซื้อรกเด็กจากโรงพยาบาลหลายแห่งรวมกันเดือนละ 200 กิโลกรัม
เอฟไอเอบอกกับบีบีซีแผนกภาษาอูรดูว่า พวกเขานำรกเหล่านี้ไปทำให้แห้งและแปรรูป ก่อนส่งออกไปยังต่างประเทศ
ระหว่างการเข้าตรวจค้นในกรุงอิสลามาบัดเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่ตรวจพบสิ่งที่เชื่อว่าเป็นรกมนุษย์น้ำหนัก 500 กิโลกรัม ณ สถานที่แปรรูปผิดกฎหมายแห่งหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้อง 5 ราย
ภาพถ่ายที่หน่วยงานดังกล่าวเผยแพร่ แสดงให้เห็นถาดที่บรรจุรกแห้งซึ่งจัดวางอยู่บนรถเข็นภายในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเอฟไอเอระบุว่าถูก "ดัดแปลงเป็นสถานที่สำหรับเก็บและแปรรูปรก"

ที่มาของภาพ, FIA
ผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 รายจ่ายเงินให้กับโรงพยาบาลในกรุงอิสลามาบัดและเมืองราวัลปินดีเป็นเงินประมาณ 2.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อรกหนึ่งชิ้น (ประมาณ 92.80 บาท) ซึ่งฮินา คันวาล เจ้าหน้าที่ขององค์การปลูกถ่ายอวัยวะมนุษย์แห่งปากีสถาน (Human Organ Transplant Authority) บอกกับบีบีซีแผนกภาษาอูรดูว่า เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลยผู้บริหารโรงพยาบาลไม่สมรู้ร่วมคิดด้วย
เอฟไอเอระบุว่า รกเหล่านี้ถูกส่งออกไปต่างประเทศเพื่อนำไปผลิตเป็นยาฉีดชะลอวัย โดยยาฉีดแต่ละเข็มมีราคาสูงถึง 2,530 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 80,900 บาท)
คันวาลบอกว่ารกเด็กเป็นที่ต้องการอย่างมากในวงการศัลยกรรมความงาม แต่การซื้อขายรกเด็กนั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมายในปากีสถาน
ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานเก็บเกี่ยวอวัยวะมนุษย์เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า อาจถูกจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับสูงสุด 3,600 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 115,200 บาท)
เอฟไอเอบอกว่าปฏิบัติการของเครือข่ายดังกล่าวขยายไปยังเมืองใหญ่อื่น ๆ รวมถึงเมืองลาฮอร์และเมืองเปชาวาร์ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกำลังสอบสวนว่าบริษัทจัดการขยะ และโรงพยาบาลต่าง ๆ อาจมีส่วนรู้เห็นในขบวนการดังกล่าวหรือไม่

ที่มาของภาพ, FIA
เจ้าหน้าที่ของเอฟไอเอรายหนึ่งบอกกับบีบีซีแผนกภาษาอูรดูว่า ก่อนหน้านี้ทางหน่วยงานได้ "ดำเนินการหลายครั้งเพื่อต่อต้านการปลูกถ่ายอวัยวะมนุษย์ที่ผิดกฎหมาย" แต่คดีนี้เป็นกรณีแรกที่เกี่ยวข้องกับ "เครือข่ายข้ามชาติที่ค้าขายรกเด็กอย่างเป็นระบบ"
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ในเบื้องต้นผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 รายอ้างว่าพวกเขากำลังจัดการกับรกแกะ แต่หลังจากถูกสอบสวนเพิ่มเติมจึงยอมรับว่าเป็นรกของมนุษย์
อีกกรณีหนึ่ง เจ้าหน้าที่เอฟไอเอประจำท่าอากาศยานนานาชาติอิสลามาบัดได้สกัดกั้นรกเด็กน้ำหนัก 100 กิโลกรัมที่กำลังจะถูกส่งไปยังเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่ห้ามใช้รกเด็กในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แม้ว่าจะอนุญาตให้ใช้รกสัตว์ได้ก็ตาม
ขณะนี้ เอฟไอเอจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการค้ารกมนุษย์รวมทั้งสิ้น 9 รายแล้ว และทั้งหมดยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้

ที่มาของภาพ, FIA
ซาดัฟ ทาริก สูตินรีแพทย์ในปากีสถาน บอกว่าการกำจัดรกอยู่ภายใต้ข้อบังคับที่เข้มงวด เนื่องจากมันถือเป็น "ของเสียทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง"
เขาบอกกับบีบีซีแผนกภาษาอูรดูว่า ทันทีหลังการคลอด รกจะถูกแยกออกและปิดผนึกอย่างแน่นหนาในถุงขยะชีวภาพอันตรายสีเหลืองที่ระบุว่าข้างในเป็นรกเด็ก
"จากนั้นมันจะถูกนำออกจากห้องคลอดหรือห้องผ่าตัดไปยังห้องเก็บรักษาความเย็นส่วนกลางของโรงพยาบาล" เพื่อป้องกันการเน่าเสียและกลิ่นเหม็น
ทาริกบอกว่าสามารถเก็บรักษารกเด็กไว้ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมงเท่านั้น
"หลังจากนั้น ของเสียทางพยาธิวิทยาทั้งหมด เช่น รก จะถูกกำจัดด้วยการเผาซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์" เขากล่าว "ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน ก็ใช้วิธีการกำจัดแบบเดียวกัน"
ทาริกกล่าวว่าบริษัทจัดการของเสียที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบงานดังกล่าว เมื่อโรงพยาบาลส่งมอบวัตถุเหล่านี้ให้บริษัท จะมีการจัดทำบันทึกอย่างสม่ำเสมอ และบันทึกเหล่านี้จะถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นประจำ
นำไปใช้ในการแพทย์แผนโบราณ
รกเป็นอวัยวะชั่วคราวที่พัฒนาขึ้นในมดลูกระหว่างการตั้งครรภ์ และทำหน้าที่ค้ำจุนการดำรงชีวิตของทารกในครรภ์ โดยรกเชื่อมต่อกับทารกผ่านสายสะดือเพื่อทำหน้าที่ส่งออกซิเจนและสารอาหารให้ทารก พร้อมทั้งกำจัดของเสียออกจากร่างกาย
ในการคลอดตามธรรมชาติ รกจะถูกขับออกมาทางช่องคลอดไม่นานหลังจากทารกคลอด ส่วนในการผ่าคลอด แพทย์จะนำรกออกด้วยการผ่าตัด

ที่มาของภาพ, Getty Images
บางคนเชื่อว่ารกซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก และไขมัน มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับผู้ใหญ่เช่นกัน และสารสกัดจากรกถูกนำมาใช้ในแพทย์แผนโบราณในหลายวัฒนธรรมมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ
บริษัทโพลาริส (Polaris) บริษัทวิจัยตลาดในสหรัฐอเมริกา ระบุว่าปัจจุบันการค้ารกโดยถูกกฎหมายทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (22,400 ล้านบาท) และคาดว่ามูลค่าตลาดต่อปีจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034 (ประมาณ 44,800 ล้านบาท)
โพลาริสระบุว่าการเติบโตดังกล่าวขับเคลื่อนโดยความต้องการสารสกัดจากรกหมู รกแกะ รกม้า และรกเด็กที่เพิ่มสูงขึ้น
"รกไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในระหว่างการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นดาวเด่นในวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์อีกด้วย" นิติน ทัมเบ นักวิเคราะห์อาวุโสของโพลาริส กล่าว
"ตั้งแต่จากการหล่อเลี้ยงทารกไปจนถึงการเป็นแรงบันดาลใจให้กับการรักษาทางการแพทย์และนวัตกรรมความงาม ศักยภาพของรกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง"

ที่มาของภาพ, Paola Tellez/Getty Images
เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เมื่อพิจารณาว่ารกซึ่งมีหน้าที่หลักช่วยค้ำจุนชีวิตในช่วงแรกเริ่มของการพัฒนาตัวอ่อนในครรภ์ กลับถูกสกัดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเป้าไปที่ภาวะที่เกี่ยวข้องกับความชรา ได้แก่
- ริ้วรอย
- ผมร่วง
- วัยหมดประจำเดือน
- ภาวะมีบุตรยาก
- โรคข้ออักเสบ
อย่างไรก็ตาม รกซึ่งมีฮอร์โมนเพศหญิง เช่น เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในปริมาณมาก ถูกนำมาใช้ในการผลิตยาหลายชนิด ซึ่งบางคนใช้เพื่อรักษาภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
นอกจากนี้ ยังถูกนำมาใช้ในภาวะที่การรักษาแบบดั้งเดิมให้ผลสำเร็จได้จำกัด รวมถึงโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองและโรคทางระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง โรคพาร์กินสัน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคกล้ามเนื้อเสื่อม ตลอดจนโรคตับ โรคโครห์น หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็ง
งานวิจัยยังชี้ให้เห็นด้วยว่ารกมีประโยชน์ในการผลิตยาที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มระดับธาตุเหล็กและรักษาภาวะโลหิตจางหลังคลอด" ทาริกกล่าว
นอกจากนี้มันยังถูกนำไปผลิตเป็นยาเม็ดและยาฉีด ซึ่งบางรายอ้างว่าสามารถช่วยในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อได้
"โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชั้นเนื้อเยื่อด้านในของรกเป็นที่รู้จักในด้านคุณสมบัติของปัจจัยการเจริญเติบโต นอกจากนี้ยังถูกนำมาใช้ในการรักษาที่เกี่ยวข้องกับหัตถการทางศัลยกรรม เช่น บาดแผลลึก แผลไฟไหม้รุนแรง แผลเรื้อรัง และการบาดเจ็บที่ดวงตา" ทาริกกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนการใช้เหล่านี้มีความแตกต่างกันไป เช่นเดียวกับกฎหมายที่บังคับใช้ในแต่ละประเทศทั่วโลก
บริษัท เจแปน ไบโอ โปรดักส์ หรือ จีบีพี (Japan Bio Products-JBP) ส่งออกแคปซูลที่บรรจุผงรก 100% ในฐานะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไปทั่วเอเชีย โดยบางส่วนผลิตจากรกเด็ก และบางส่วนผลิตจากรกหมูหรือรกม้า ขึ้นอยู่กับตลาดในแต่ละประเทศ
"ชาวเอเชียมีแนวโน้มเปิดรับผลิตภัณฑ์จากรกมากกว่า เนื่องจากคนบางกลุ่ม เช่น ชาวจีน มีประวัติการบริโภครกมาอย่างยาวนาน" วินสตัน อุย ผู้จัดการภูมิภาคอาเซียนของบริษัทฯ กล่าวกับเว็บไซต์ข่าวนูทราอินกรีเดียนส์ (NutraIngredients)
"เมื่อมีข้อมูลเผยแพร่ออนไลน์มากขึ้น ผู้คนก็มีโอกาสได้รู้จักผลิตภัณฑ์จากรกมากขึ้น และความต้องการก็กำลังเพิ่มขึ้น"
การค้าผิดกฎหมายของจีน
ในจีน แม้จะมีการห้ามจำหน่ายเชิงพาณิชย์ แต่รกเด็กสด ๆ ยังคงถูกซื้อขายในตลาดใต้ดิน และถูกนำไปขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์หลายแห่งภายใต้ชื่อเรียกอื่นเพื่ออำพรางสินค้า
ผู้ค้ารายหนึ่งบอกกับหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ (Global Times) ว่า เขาจะขายรกมนุษย์หนึ่งชิ้นในราคามากกว่า 50 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,600 บาท)
"ผมลดราคาให้เหลือ [1,280 บาท] ได้หากคุณซื้อจำนวนมาก" เขาบอกกับหนังสือพิมพ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล "พวกเราซื้อวัตถุดิบมาในราคา [960 บาท] ต่อกิโลกรัม"
จาง ป๋อ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย บอกกับหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวว่า ผู้ที่ถูกจับได้มักถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน 5 เท่าของกำไรที่ได้จากการกระทำผิดกฎหมาย
"หากเพิ่มค่าปรับเป็นตัวอย่างเช่น 50 เท่าของกำไรที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ผู้กระทำผิดอาจคิดให้รอบคอบมากขึ้นถึงต้นทุนของอาชญากรรมที่พวกเขาก่อ" เขากล่าวเสริม
เหยา เภสัชกรด้านการแพทย์แผนจีนประจำโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งในมณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน บอกกับโกลบอล ไทมส์ว่า "ในการแพทย์แผนจีนโบราณ รกเด็กถูกใช้เป็นหลักเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน หรือใช้รักษาโรคหืดและหลอดลมอักเสบ"

ที่มาของภาพ, Tribune News Service via Getty Images
อย่างไรก็ตาม นพ.หวง เฉิงเซิง สูตินรีแพทย์จากโรงพยาบาลประชาชนนครเซี่ยงไฮ้ บอกกับหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวว่า "การรับประทานรกที่ไม่ถูกสุขลักษณะก็อาจทำให้ติดเชื้อได้" เนื่องจากรกอาจมีเชื้อไวรัส เช่น เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส
ถึงกระนั้น นพ.หวงกล่าวเสริมว่า "คุณแม่มือใหม่จำนวนมากเลือกนำรกของตนกลับบ้านและรับประทานเอง" แทนที่จะปล่อยให้ถูกกำจัดทิ้ง
คุณแม่มือใหม่รายหนึ่งบอกกับหนังสือพิมพ์ว่า ทั้งมารดาของเธอและแม่สามีต่างถามว่า พวกเขาสามารถรับประทานรกของเธอได้หรือไม่
"ฉันไม่ต้องการให้พวกเขากินมัน" เธอบอกกับโกลบอล ไทมส์ "มันน่าขยะแขยง"
หญิงอีกรายในนครเซี่ยงไฮ้บอกกับหนังสือพิมพ์ว่า เธอจ่ายเงินให้ร้านค้าแห่งหนึ่งใกล้โรงพยาบาลประมาณ 7 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 250 บาท) เพื่อแปรรูปรกของเธอให้เป็นผงและบรรจุลงในแคปซูล
"แคปซูลเหล่านี้เอาไว้สำหรับพ่อสามีของฉัน ซึ่งสุขภาพไม่ค่อยดี" เธอกล่าวเสริม
หญิงอีกรายหนึ่งซึ่งให้บริการลักษณะเดียวกันแบบรับส่งถึงบ้านในมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน บอกกับหนังสือพิมพ์ดังกล่าวว่า ธุรกิจของเธอได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการโฆษณาออนไลน์ "แต่ความต้องการที่แท้จริงยังคงมีอยู่อย่างมาก"




























