"อย่าใช้วาทกรรมมาเล่นกัน" เปิดใจ ต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อยู่ท่ามกลางข้อครหา "ระบบอากง" ในทีมผู้ว่าฯ ชัชชาติ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Published
- เวลาอ่าน: 10 นาที
ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฉายภาพสภา กทม. ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จากมุมมองของเขา ทว่าเจ้าตัวไม่ประสงค์จะชี้แจงกรณีถูกพาดพิงเรื่องการบริหารจัดการ กทม. แต่ขอว่า "อย่าใช้วาทกรรมมาเล่นกันอย่างนี้เลย"
ชายสูงวัยที่คนใกล้ชิดต่างพากันเรียกว่า "อาเฮีย" หรือ "อากง" ปรากฏกายในชุดเสื้อยืดสีขาวซึ่งสกรีนข้อความว่า "กรุงเทพฯ ทำงาน!" ไม่ต่างจาก "ทีมชัชชาติ" คนอื่น ๆ
เขามาร่วมลุ้น-รอให้กำลังใจ "น้องรัก" ในการจับสลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ศาลาว่าการ กทม. 2 ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 28 พ.ค. โดยมีทีมงานตั้งแต่รุ่นเล็กจนถึงรุ่นใหญ่, ผู้สมัคร ส.ก., ข้าราชการ, ผู้สนับสนุนอดีตผู้ว่าฯ แวะเวียนมาทักทายสวัสดีเขาอยู่มิขาดสาย
"เที่ยวนี้คนคาดหวังเราเยอะมาก ถ้าทำไม่ได้ ทำไม่ดี ชีวิตการเมืองก็จะไม่มีเหลืออีกเลย" ต่อศักดิ์กล่าวกับบีบีซีไทย
4 ปีก่อน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 17 ด้วยคะแนนถล่มทลาย 1,386,215 เสียง หรือคิดเป็น 51.85% ของผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และเป็นชัยชนะแบบม้วนเดียวจบ-ยกทั้ง 50 เขตของเมืองหลวง
ในการลงรักษาแชมป์รอบนี้ ชายวัยย่าง 69 ปีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการทำแคมเปญเลือกตั้งปี 2565 ของชัชชาติระบุว่า คนหวังก็อยากให้ได้มากกว่าเดิม แต่ผู้ว่าฯ บอกว่าไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องไปดูคะแนนหรือโพลใด ๆ ทำของเราให้ดีที่สุด โฟกัสเรื่องที่จะนำเสนอให้ประชาชน
"หากได้ไม่ถึงล้านก็อย่าไปเสียใจ แต่ถ้าให้ผมคิดนะ ผมว่าล้านห้า (1.5 ล้านคะแนน)" ต่อศักดิ์ประเมินหลังบีบีซีไทยถามว่าชัชชาติจะได้คะแนนถึงล้านเสียงหรือไม่
อย่างไรก็ตามอดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ ชี้ว่า ปัจจัยในการได้คะแนนมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง บางคนอาจคิดว่าอย่างไรชัชชาติก็นอนมา แล้วไม่ไปใช้สิทธิ คะแนนก็อาจจะน้อยลง

ที่มาของภาพ, HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI
"ท่านอากงก็คือท่านต่อศักดิ์"
ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ ผู้สมัครอิสระ-ผู้มีกระแสสูงสุดตามโพลทุกสำนักตกที่นั่ง "ตำบลกระสุนตก" เมื่อคู่แข่งขันจากบางพรรค-บางกลุ่มออกมาเปิดประเด็นว่าด้วย "ระบบอากง" โดยกล่าวหาว่า "คนทำงานหลังบ้าน" ให้อดีตผู้ว่าฯ เข้าไปพัวพันกับความไม่โปร่งใสในการบริหาร กทม. และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม
ร้อนถึงชัชชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินสายหาเสียง ต้องออกมาตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นนี้ 3 วันติดต่อกัน ซึ่งอาจทำให้ "เสียสมาธิ" หรือถึงขั้น "เสียคะแนน" หรือไม่
"ท่านอากงก็คือท่านต่อศักดิ์ละมั้ง เขาเป็นประธานที่ปรึกษาผม ก็คือทำงานร่วมกับทางทีมทั้งหมด เราไม่ได้ทำงานคนเดียว เราทำงานเป็นทีม ผมเชื่อว่า 'ระบบอากง' ไม่เคยมี มันก็เป็นแนวทางการดำเนินงาน ผมเองเป็นผู้ว่าฯ เป็นหัวหน้าทีม ผมรับผิดชอบทั้งหมด ผมว่าอย่าไปใส่คำให้มันดูมีสีสัน ไม่มี ตรงไหนมีปัญหาก็แจ้งมา" ชัชชาติกล่าวเมื่อ 4 มิ.ย.
อดีตผู้ว่าฯ กทม. ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งการซื้อขายตำแหน่ง เพราะหากรับผลประโยชน์ก็จะ "ตกเป็นทาส (ผู้จ่ายเงิน) ตลอดชีวิต" รวมถึง "ส่วยโยธา" โดยยืนยันว่า "การทุจริตไม่เคยเป็นนโยบายของทีมบริหาร" พร้อมบ่นเสียดายว่าทำไมถึงไม่แจ้งตอนที่เขาอยู่ในตำแหน่ง หากมีจริงจะได้รีบดำเนินการแก้ไข มาแจ้งตอนใกล้ ๆ เลือกตั้ง

ที่มาของภาพ, ทีมชัชชาติ
ว่ากันว่า อดีตผู้ว่าฯ ได้พูดคุยกับ อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ เกี่ยวกับข่าวที่ออกมา โดยมีบางประโยคหลุดจากปากคู่สนทนาในทำนองว่า "มันไปตั้งกันเอาเอง แล้วเราต้องไปเดินตามมันหรือ" ก่อนได้ข้อสรุปสุดท้ายว่า ทีมงานส่วนกลางจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลและสื่อสารประเด็นนี้
สำหรับคำว่า "ระบบอากง" บัญญัติโดยนักการเมืองจากพรรคเศรษฐกิจซึ่งส่ง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช เป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) โดยมี จิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีหลานสาวลงสมัคร ส.ก. ร่วมด้วย-ช่วยขยายประเด็น โดยระบุเตรียมไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบในสัปดาห์หน้า
บีบีซีไทยติดต่อไปยังต่อศักดิ์อีกครั้งเพื่อขอความเห็นในฐานะผู้ถูกพาดพิง ทว่าเจ้าตัวไม่ประสงค์จะให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ โดยบอกเพียงว่า ใครผิด-ใครถูก มีกระบวนการพิจารณาอยู่แล้ว คุณมีสิทธิไปยื่น และก็มีสิทธิถูกฟ้องได้เช่นกันเพราะอยู่ช่วงเลือกตั้ง ทุกอย่างว่ากันไปตามกระบวนการ แต่อย่าใช้วาทกรรมมาเล่นกันอย่างนี้เลย เพราะจะทำให้ระบอบประชาธิปไตยเสียหาย
อย่างไรก็ตามต่อศักดิ์ยินดีที่จะวิพากษ์การทำหน้าที่ของ ส.ก. ชุดก่อน และพูดถึงบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติใน "สภาเล็ก" ที่ทีมชัชชาติคาดหวังหากได้กลับเข้าศาลาว่าการ กทม. อีกครั้ง
เสนอจัดระเบียบฝ่ายนิติบัญญัติ สกัดอิทธิฤทธิ์ ส.ก. "หัวโจก"
แรกเริ่มเดิมที ชัชชาติไม่มีความคิดจะส่งผู้สมัคร ส.ก. เลย ด้วยเหตุผล "ไม่อยากให้วุ่นวาย เพราะไม่สามารถไปตรวจสอบคุณสมบัติทุกคนได้" และ "ไม่มีอะไรการันตีว่าทีมชัชชาติจะได้เสียงข้างมากในสภา" แต่ทีมกุนซือการเมืองเห็นว่าการไม่มีคนในสภาเป็นของตัวเองก่อให้เกิดอุปสรรคในการทำงานของฝ่ายบริหาร จึงมีความพยายามจะสร้างแนวร่วมในฝ่ายนิติบัญญัติ
"เขา (ส.ก.) ไม่อ่านเป้าหมายของเรา (ผู้ว่าฯ) ให้ชัดเจน เขาอาจไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้ ผมไม่อาจทราบได้" ต่อศักดิ์ยอมรับกับบีบีซีไทยถึงปัญหาของผู้ว่าฯ ที่ไร้ทีม ส.ก.
สำหรับ ส.ก. ชุดก่อนมีทั้งที่สังกัดพรรคและกลุ่มการเมือง โดยมาจากพรรคเพื่อไทย 20 คน, พรรคก้าวไกล 14 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 9 คน, พรรคพลังประชารัฐ 2 คน, พรรคไทยสร้างไทย 2 คน, กลุ่มรักษ์กรุงเทพ 2 คน และกลุ่มเพื่อไทยหนองจอก (อิสระ) 1 คน
ในทัศนะของทีมงานอาวุโสผู้นี้ ส.ก. ที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองนั้นดีกว่า เพราะระบบพรรคเป็นโครงสร้างของสภาใหญ่ ซึ่งเป็นระบบที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มีฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลทำอะไร ฉันก็ต้องค้านไว้ก่อน แต่สภาเล็ก แยกบทบาทระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติชัดเจน โดยสภา กทม. มีอำนาจหน้าที่พิจารณางบประมาณ, ดำเนินกิจการของสภา, ออกข้อบัญญัติท้องถิ่น, เป็นตัวแทนประชาชนในเขต/แขวงนั้น ๆ ดังนั้น "ถ้าทะเลาะกันเมื่อไร มันก็ไปไม่รอด"
แล้ว ส.ก. ชุดก่อนแบ่งออกเป็นกี่ก๊กก๊วน?
"ก็อยู่กันตามพรรค บางทีพรรคส่งมา เขียนโพยให้มาด่าผู้ว่าฯ เลย โอ้ย.. อย่าให้เราต้องพูดเลย" ต่อศักดิ์ตอบ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ในสมัยแรกของผู้ว่าฯ คนที่ 17 อดีตกุนซือใหญ่เล็งเห็นสารพัดปัญหาในสภาเล็ก ทว่า "ตอนเป็นฝ่ายบริหาร เราพูดไม่ได้เลย โดยมารยาทเราไม่ควรพูด เพราะมาจากคนละกระดานกัน" แต่เวลานี้ไม่มีตำแหน่งแล้ว จึงมีข้อเสนอถึงคนที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในสภา กทม. ชุดใหม่ให้ใช้เวลา 3 เดือนแรกในการจัดระเบียบองค์กรนิติบัญญัติ ดังนี้
- บูรณาการระเบียบทั้งหมดว่า ส.ก. มีอำนาจแค่ไหน อย่างไร
- กำหนดมาตรฐานจรรยาบรรณ/จริยธรรมให้ชัดเจน
- กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดในการปฏิบัติหน้าที่ให้ชัดเจน "ไม่ใช่ทำงานข้ามเขต ตัวอยู่กรุงเทพฯ ชั้นใน แต่ไปยุ่งกับเขตข้างนอก"
- กำหนดแนวทางการทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารเพื่อให้เข้าใจภาพรวมและแผนปฏิบัติการของ กทม. ตรงกัน
ส่วนกรณีที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล และทีม "ผู้ว่าประชาชน" อธิบายคำว่า "ระบบอากง" ว่า หมายถึงทีมงานอาวุโสของชัชชาติที่มีหน้าที่ต้องคอยไปเจรจาเรื่องงบประมาณกับ ส.ก. กลุ่มหนึ่งอยู่เสมอ และคอยแพคกันเป็นทีม เวลาที่ผู้ว่าฯ จะเอางบประมาณหรือข้อบัญญัติใด ๆ มาผ่านสภา ส.ก. กลุ่มนี้จะยกทีมมาต่อรองผลประโยชน์ "หากไม่ยอมให้พ่อค้า หรือผู้รับเหมาของ ส.ก. กลุ่มนี้ได้งานจากงบ กทม. ส.ก. กลุ่มนี้ก็จะไม่ยกมือให้ หรือไม่ก็รุมกันตัดงบโครงการต่าง ๆ ที่ผู้ว่าฯ เสนอเข้ามายังสภา กทม."
อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ ไม่ปฏิเสธว่าเขาคือตัวกลางในการเชื่อมประสานระหว่างผู้ว่าฯ อิสระกับบรรดา ส.ก. จากกลุ่มก้อนต่าง ๆ และบอกด้วยว่าพูดคุยกับแกนนำพรรคสีส้มรายนี้อยู่เป็นประจำ "วิโรจน์เขาได้รับมอบมอบหมายให้ดูแล กทม. สนิทกันเป็นรุ่นน้องด้วย (คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ) เขาก็คุยเพื่อไปพัฒนา พอเขาเห็นเราโดนแบบนี้ ก็เลยออกมาโพสต์มั้ง"
เมื่อขอให้ขยายความกรณี ส.ก. รวมกลุ่มกัน "ขี่คอ-ต่อรองผู้ว่า" ต่อศักดิ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนของระบบการบริหารสภา กทม. เขาย้ำว่า "ต้องปรับปรุงเยอะ" ส่วนกระบวนการยิบย่อย ถ้าไม่มีหลักการบริหารจัดการที่ดีก็จะเละเทะไปหมด ไม่มีการกำหนดเป้าหมายว่าอะไรควรทำ-ไม่ควรทำ พอ ส.ก. ไปทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ มันอาจลามไปในทางส่อทุจริต ใช้การยกมือต่อรองกับฝ่ายบริหาร หรือเลือกบางนโยบายไปทำเพื่อให้ได้คะแนนเสียงในพื้นที่ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจของตัวเอง
ต่อศักดิ์ย้ำว่า หากเป็น ส.ก. ของเขตไหน ก็ถือเป็นตัวแทนของประชาชนในเขตนั้น ๆ แต่พอได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการสามัญประจำสภาซึ่งมี 12 ชุด เช่น คณะกรรมการสามัญการจราจรและการขนส่ง "อิทธิฤทธิ์ก็เยอะขึ้นมาทันทีเลย ตัวอยู่คลองสามวา แต่อาจคุมไปถึงบางรักได้"
เช่นเดียวกับคณะกรรมการวิสามัญที่ตั้งขึ้นเพื่อศึกษาเรื่องนั้นเรื่องนี้ มีอำนาจเรียกข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักต่าง ๆ มาให้ข้อมูล "บางคนทำตัวใหญ่ยิ่งกว่าสภาใหญ่ เขาอยากรู้เรื่องที่เขาต้องการจะรู้ให้ได้"
"หัวโจกอาจมีสัก 10 คนได้ แต่เวลาไป เขาไปด้วยกันหมดไง ดังนั้นถ้าใครเข้าไปรอบนี้แล้วไม่จัดระเบียบ ก็เหมือนเดิม เราหวังว่าสภาชุดใหม่ ตัวร้าย ๆ จะเข้ามาได้ไม่เยอะ หลายกลุ่มที่ให้ผมไปบรรยาย เขาก็ต้องตั้งอกตั้งใจดีนะ" ต่อศักดิ์กล่าว และบอกต่อไปว่า "ผมคิดว่าต้องมีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งถึงจะทำงานได้ดี"
ทำไมชัชชาติยังไม่ประกาศสนับสนุน ส.ก.
ก่อนหน้านี้ ต่อศักดิ์เคยไปบรรยายให้กลุ่มที่เรียกตัวเองว่าทีม "คนทำงาน" ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า ทางกลุ่มชวนไปคุย ก็ไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็งของการทำงานท้องถิ่นให้ฟัง โดยมีภาควิชาการมาร่วมพูดคุยด้วย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ต่อมาทีม "คนทำงาน" ส่งผู้สมัคร ส.ก. จำนวน 30 เขตลงสู้ศึกเลือกตั้งท้องถิ่น ในจำนวนนี้มีอดีต ส.ก. ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ราว 10 คน อาทิ วิพุธ ศรีวะอุไร อดีต ส.ก.บางรัก และอดีตประธานสภา กทม., เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย อดีต ส.ก.บึงกุ่ม และอดีตรองประธานสภา กทม. คนที่ 1 ฯลฯ
พรรค พท. งดส่งผู้สมัครอย่างเป็นทางการในนามของพรรค ทำให้อดีต ส.ก. บางส่วนตัดสินใจแยกวงมาลงสนามในนามอิสระ
ทีมนี้ใช้สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ อีกทั้งชื่อกลุ่มก็ยังไปพ้องกับคำขวัญ "Work work work กรุงเทพฯ ทำงาน" ของอดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติพอดี
ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าทีมคนทำงาน ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับชัชชาติ แต่ในทีมคนทำงานหลายคนชื่นชมอดีตผู้ว่าฯ หลายคนเป็นลูกศิษย์ แต่ทางกลุ่มเป็นอิสระและมีแนวทางการทำงานแบบตรงไปตรงมา
"หากถามว่าสนับสนุนหรือไม่ โดยส่วนตัวผมเชียร์อาจารย์ชัชชาติอยู่แล้ว เพราะเห็นสิ่งที่ท่านทำมา แต่ว่าทีมคนทำงานต้องบอกว่าเราก็ต้องดูที่นโยบายเป็นหลัก แต่เชื่อมืออาจารย์ชัชชาติในการทำงานที่บริหาร กทม. อยู่แล้ว" ดวงฤทธิ์กล่าวในวันแถลงเปิดตัวกลุ่มเมื่อ 13 พ.ค.
อดีตผู้ว่าฯ ล้านเสียงถูกถามอยู่บ่อย ๆ ว่าทำไมถึงไม่ส่ง ส.ก. เอง? จะประกาศสนับสนุนผู้สมัคร ส.ก. รายใดหรือไม่? เขามักตอบเป็นหลักการว่า ผู้ว่าฯ ต้องอยู่กับคนที่ประชาชนเลือกให้ได้
"ผมบอกว่าผมทำงานกับทุกคนได้ ไม่ได้บอกว่าสนับสนุนใครเป็นการส่วนตัว ตอนนี้ยังไม่มี แต่อนาคตไม่แน่ เดี๋ยวดูว่าอาจจะชอบใคร แต่ไม่ใช่เป็นทีมนะ เป็นคน และก็มีทุกพรรค คนที่เราถูกชะตากัน... ผมเคยถามเขาว่าผมไปเดินด้วยได้ไหม เขาบอกต้องถามพรรคก่อน เราอยากให้เขาเข้ามาเพราะทำงานดี" ชัชชาติกล่าวในรายการ "กรรมกรข่าวคุยนอกจอ" เมื่อ 27 พ.ค.
ส่วนการปรากฏตัวของอดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ ในงานเปิดตัวกลุ่มคนทำงาน ชัชชาติอธิบายว่า "พี่ต่อเขาเป็นรุ่นพี่ผม อิสระจากผม พี่ต่อเป็นคนทำงาน มีคนมาขอคำแนะนำเยอะแยะ... เขาก็อายุเยอะ ผมไปควบคุมเขาไม่ได้ เขาก็หวังดี แต่ไม่ได้เกี่ยวกับผม"
อดีตผู้ว่าฯ วัย 60 ยังพูดถึง "คีย์แมน" ที่อาวุโสมากกว่าเขาราว 9 ปี ในระหว่างให้สัมภาษณ์กับ "เนชั่น" เมื่อ 1 มิ.ย. โดยเชื่อว่าต่อศักดิ์อยากเห็น กทม. ดีขึ้น อย่างเรื่อง ส.ก. เขาอาจเห็นประสบการณ์ในอุดมคติว่าเป็นอย่างไร "เขาอาจมีคำแนะนำไปให้ทีมอื่น อันนี้ผมก็ไม่ได้ห้ามอะไร ถือเป็นเรื่องของเขา แต่ผมไม่ได้ endorse (ประกาศรับรอง/สนับสนุน) กลุ่มที่เขาไปคุยด้วย อันนี้ยืนยัน อาจเป็นบางคนที่เราสนิทในแต่ละพรรค"
วานนี้ (4 มิ.ย.) ชัชชาติตอบคำถามสื่อกรณีปรากฎภาพถ่ายร่วมเฟรมกับผู้สมัคร ส.ก. กลุ่มคนทำงาน ซึ่งมีการเหมารวมว่าเป็นทีมเดียวกัน โดยบอกว่าเจอก็ชนหมัด แต่ไม่ได้บอกว่าให้กาให้ใคร หลายคนเคยทำงานร่วมกันมา ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ทักทายกัน
"เราไม่ได้ไปเดินประกาศหาเสียงว่าให้เลือกใคร และห้ามผู้สมัครไปพูดว่าให้เลือกผู้ว่าฯ เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่" เขาย้ำ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ถึงวันนี้-เหลืออีกเพียง 3 สัปดาห์เศษก่อนเข้าคูหา ผู้สมัครผู้ว่าฯ "เต็งหนึ่ง" ยังไม่ได้ประกาศสนับสนุนใครอย่างเป็นทางการ
แหล่งข่าวจากทีมชัชชาติเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบแล้วอาจทำไม่ได้ เพราะชัชชาติลงสนามในนามอิสระ หากจะประกาศสนับสนุนใครอย่างเป็นทางการ อาจต้องแจ้งชื่อต่อ กกต. ว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัคร ส.ก. รายนั้น ๆ โดยที่เจ้าตัวต้องเซ็นรับทราบด้วย ซึ่งอาจเป็นความอิหลักอิเหลื่อที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กลายเป็นผู้ช่วยหาเสียงของ ส.ก. หรือถ้าชัชชาติประกาศสนับสนุนผู้สมัคร 1 คน อีก 9 คนก็อาจจะโวยวายได้และกลายเป็นปัญหาไปอีกแบบ จึงต้องพิจารณากันให้ดี
ด้านต่อศักดิ์ยอมรับว่า ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณากฎระเบียบของ กกต. อยู่ แต่ส่วนตัวคิดว่า "ผู้ว่าฯ ก็คงมีคนในใจท่าน และผมก็มีในใจผม 50 คน 50 เขต" ซึ่งมีทั้งผู้สมัครอิสระและที่ลงในนามพรรคการเมือง ใครทำดีก็ต้องสนับสนุน แต่ยังไม่รู้ว่าจะสื่อสารออกมาได้หรือไม่อย่างไร
"ผู้ว่าฯ ประกาศไปแล้วว่าพร้อมทำงานกับ ส.ก. ทุกคน แต่ ส.ก. ทุกคนพร้อมทำงานกับผู้ว่าฯ ไหม" ต่อศักดิ์ตั้งคำถาม
ส่วนโอกาสจะเกิดสูตร "เลือกไขว้" กาเลือกผู้ว่าฯ ชัชชาติ แต่กาเลือก ส.ก. สังกัดพรรคนั้น เขาชี้ว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น เริ่มต้นมันก็ผิดแล้วไง มันก็ทะเลาะกันตาย ถ้าเริ่มต้นด้วยความขัดแย้ง






























