นาซาเผยแผนเดินหน้าสร้างฐานปฏิบัติการถาวรบนดวงจันทร์ระยะต่อไป หวังไม่ให้จีนแซงหน้าในภารกิจอวกาศ

คำบรรยายวิดีโอ, นาซาเผยภาพจำลองแผนการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์
    • Author, จอร์จินา แรนนาร์ด
    • Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 4 นาที

นาซาเปิดเผยรายละเอียดของยานลงจอดแบบหุ่นยนต์ โดรนแบบกระโดด และยานพาหนะต่าง ๆ ที่ตั้งเป้าจะส่งไปยังดวงจันทร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์ ของสหรัฐฯ

บริษัทอวกาศ 'บลูออริจิน' (Blue Origin) ของ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งแอมะซอน (Amazon) เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่ได้รับเลือกให้สร้างยานพาหนะต่าง ๆ เหล่านี้

สหรัฐฯ ต้องการพาชาวอเมริกันกลับไปลงจอดบนดวงจันทร์อีกครั้งก่อนที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะพ้นจากตำแหน่งในปี 2029

แต่นาซากำลังแข่งขันกับจีนในการพามนุษย์กลับไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ ซึ่งหมายความว่าหน่วยงานด้านอวกาศแห่งนี้กำลังตกอยู่ภายใต้ความกดดันที่จะต้องแสดงให้เห็นว่าตนเป็นผู้ชนะในการแข่งขันด้านอวกาศครั้งใหม่นี้

ขณะที่จีนกำลังเดินหน้าแผนการพามนุษย์ไปลงจอดบนดวงจันทร์ให้ได้ภายในปี 2030

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จีนได้ปล่อยยานอวกาศเซินโจว-23 (Shenzhou-23) เพื่อส่งลูกเรือนักบินอวกาศไปยังสถานีอวกาศเทียนกง (Tiangong) ของจีน

ในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา นาซาได้ประกาศโครงการมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.51 แสนล้านบาท) เพื่อสร้างฐานปฏิบัติการถาวรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานแสงอาทิตย์บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ภายในปี 2032

จาเร็ด ไอแซกแมน ผู้บริหารของนาซากล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า การประกาศดังกล่าวหมายความว่าสหรัฐฯ จะ "ไม่ยอมแพ้ในภารกิจดวงจันทร์อีกต่อไป"

ฐานปฏิบัติการดังกล่าวจะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ อาจมีการทำเหมืองเพื่อขุดค้นหาทรัพยากรที่มีค่า และช่วยทำให้การเดินทางไปยังดาวอังคารเป็นไปโดยง่ายมากขึ้น

แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่ากรอบเวลาของนาซานั้นไม่อยู่บนความเป็นจริง

แม้สหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการส่งนักบินอวกาศ 4 คนไปโคจรรอบดวงจันทร์ในภารกิจอาร์ทิมิส 2 (Artemis II) เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา แต่นักวิทยาศาสตร์บางส่วนเชื่อว่าจีนน่าจะเป็นประเทศต่อไปที่จะพามนุษย์ไปลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ

"ผมจะไม่รู้สึกประหลาดใจเลย หากจีนไปถึงที่นั่นก่อน" ดร.ซิเมียน บาร์เบอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านดวงจันทร์จาก มหาวิทยาลัยโอเพน (Open University) กล่าวกับบีบีซีนิวส์ โดยอ้างถึงความล่าช้าและอุปสรรคของนาซาในการจัดหายานที่สามารถพามนุษย์ลงจอดบนดวงจันทร์ได้

โครงการฐานบนดวงจันทร์อิกนิชัน (Ignition Moon Base) ของนาซา ประกอบด้วย 3 ระยะ

ก่อนที่มนุษย์จะเดินทางไปถึงที่นั่น หน่วยงานด้านอวกาศแห่งนี้ต้องการส่งยานลงจอดแบบหุ่นยนต์และโดรนแบบกระโดด เพื่อสำรวจและจัดทำแผนที่ภูมิศาสตร์อันท้าทายของดวงจันทร์

นอกจากนี้จะมีการนำยานพาหนะขนส่งที่สามารถขับพานักบินอวกาศข้ามพื้นผิวดวงจันทร์ ตลอดจนบรรทุกอุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ไปด้วย

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นาซาระบุว่าบริษัทต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง บลูออริจิน (Blue Origin), อินทูอิทิฟ แมชีนส์ (Intuitive Machines) และ แอสโตรโบติก (Astrobotic) ได้รับมอบสัญญาให้เป็นผู้สร้างยานพาหนะต่าง ๆ เหล่านี้

Artist’s drawing showing lunar surface infrastructure supporting future Moon Base operations, including housing, power systems and rovers for astronauts

ที่มาของภาพ, NASA

คำบรรยายภาพ, นาซาได้เผยแพร่ภาพวาดศิลปินของฐานบนดวงจันทร์ ซึ่งประกอบด้วยที่พักอาศัย ระบบพลังงาน และยานสำรวจ

นาซาต้องการให้ยานลงจอดบนดวงจันทร์ของบลูออริจิน ที่มีชื่อว่า เอ็นดูแรนซ์ (Endurance) สามารถลงจอดได้อย่างแม่นยำ รวมถึงสามารถนำทางและควบคุมแบบอัตโนมัติได้

ยานลงจอด กริฟฟิน-1 (Griffin-1) ของแอสโตรโบติก (Astrobotic) คาดว่าจะลงจอดที่หลุมอุกกาบาตโนบิเล (Nobile Crater) ใกล้กับขั้วใต้ของดวงจันทร์

ยานเหล่านี้ยังจะช่วยจัดส่งเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ให้กับนาซา ซึ่งรวมถึงกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงและเครื่องมือที่ใช้แสงเลเซอร์สะท้อนเพื่อช่วยในการลงจอดของยาน

การสำรวจด้วยหุ่นยนต์นี้จะดำเนินไปจนถึงปี 2029 โดยจะมีการปล่อยยาน 25 ครั้ง และนำส่งสัมภาระน้ำหนัก 4 เมตริกตันไปลงจอดบนดวงจันทร์ คาร์ลอส การ์เซีย-กาลัน ผู้บริหารโครงการฐานบนดวงจันทร์กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ในขั้นต่อไป นาซาต้องการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานแสงอาทิตย์บนดวงจันทร์ ซึ่งรวมไปถึงเตาปฏิกรณ์แบบฟิชชัน (Fission reactors)

A drawing of a drone in Nasa's MoonFall programme that will survey the South Pole

ที่มาของภาพ, NASA

คำบรรยายภาพ, ภาพจำลองของโดรนในโครงการมูนฟอลล์ (MoonFall) ของนาซาที่จะใช้สำรวจบริเวณขั้วใต้

ภายในปี 2032 หน่วยงานด้านอวกาศแห่งนี้ต้องการให้มนุษย์สามารถอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ในที่พักแบบ "กึ่งถาวร"

ยานสำรวจอวกาศจะช่วยให้นักบินอวกาศสามารถเดินทางระยะไกลข้ามพื้นผิวที่เต็มไปด้วยโขดหินได้อีกด้วย

บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากน้ำแข็งสามารถนำมาใช้เป็นน้ำดื่มหรือใช้เพื่อผลิตออกซิเจนได้

อย่างไรก็ตาม แผนการของนาซาจำเป็นต้องพึ่งพายานอวกาศที่พร้อมจะขนส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ได้อย่างปลอดภัย

บริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของอีลอน มัสก์ ได้รับสัญญาว่าจ้างให้สร้างยานที่ชื่อว่า สตาร์ชิป ฮิวแมน แลนดิง ซิสเต็ม (Starship Human Landing System) แต่ยานดังกล่าวกลับต้องเผชิญกับอุปสรรคและความล่าช้านับครั้งไม่ถ้วน

"ขั้นตอนที่เป็นข้อจำกัดสำคัญคือการพานักบินอวกาศลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์" ซิเมียน บาร์เบอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านดวงจันทร์อธิบาย

"สำหรับผมแล้ว ดูเหมือนว่า [นาซา] จะรู้สึกว่าพวกเขาอยู่ในจุดที่ต้องเริ่มแสดงให้เห็นว่าตนเองมีแผนการเตรียมไว้แล้ว ดังนั้นผมจึงคิดว่ามีแรงผลักดันทางการเมืองอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก" เขากล่าว