ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมในฝั่งทิเบตไม่ถูกเผยแพร่ในจีน และเราแทบไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประสบภัยที่นั่น

.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, วินาทีที่มวลน้ำจากน้ำท่วมฉับพลันซัดถล่มด่านชายแดนจีหรง ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนหลักระหว่างทิเบตและเนปาล
    • Author, ลอรา บิกเกอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำประเทศจีน
  • Published
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

ภาพเหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้คนจะไม่ได้เห็น กระแสน้ำเชี่ยวกรากที่ซัดโถมด่านจีหรงซึ่งเป็นหนึ่งในจุดผ่านแดนหลักระหว่างเนปาลและทิเบต ได้กวาดซัดเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าจนหายเรียบไปกับกระแสน้ำ ขณะที่คนหลายร้อยคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้แพร่ไปบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็วสู่หน้าจอของผู้คนทั่วโลก ยกเว้นเพียงที่นี่ที่เดียวนั่นคือ จีน

กระทั่งถึงตอนนี้มีภาพนิ่งเพียงภาพเดียวที่ได้รับการเผยแพร่ออกอากาศโดยรายการข่าวหลักของสถานีโทรทัศน์ของทางการจีน

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องยากที่จะหาวิดีโอดังกล่าวบนอินเทอร์เน็ตของจีนที่ถูกเซ็นเซอร์อย่างเข้มงวด และแม้แต่โพสต์ที่บรรยายถึงเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายร้อยคนและยังมีอีกจำนวนมากที่ยังไม่ทราบชะตากรรมนับตั้งแต่วันพุธ (26 ส.ค.) ก็แทบจะหาไม่ได้เช่นกัน

ทางการกรุงปักกิ่งได้เริ่มปฏิบัติการกู้ภัยครั้งใหญ่โดยระดมเจ้าหน้าที่รับมือเหตุฉุกเฉินหลายร้อยคนลงไปยังพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ปฏิบัติการดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็นั่งเป็นประธานในการประชุมกับเจ้าหน้าที่เพื่อประสานการทำงาน

ทว่าเมื่อเปรียบเทียบเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตของประเทศนี้กับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทั่วโลกได้เห็นทางโลกออนไลน์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็จะเห็นภาพของระบบการควบคุมและปิดกั้นข้อมูลของจีนได้ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใด

ทิเบตซึ่งจีนได้ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งในช่วงทศวรรษที่ 1950 ได้ต่อต้านการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาเป็นเวลานาน

จีนได้ปราบปรามการประท้วงหลายครั้งตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งบางครั้งก็ใช้ความรุนแรง และยังถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงในทิเบต ดินแดนที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ นอกจากนี้จีนยังเรียก ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศว่าเป็นผู้แบ่งแยกดินแดน

ประวัติศาสตร์ดังกล่าวทำให้เพียงแค่เอ่ยชื่อทิเบตออกมาก็สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้กำกับการเซ็นเซอร์ของจีนได้แล้ว ความอ่อนไหวของปักกิ่งยิ่งเห็นได้ชัดเป็นพิเศษในช่วงเวลาเช่นนี้

มีการเผยแพร่ข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับผู้สูญหายและผู้เสียชีวิตเป็นประจำทุกวัน และทางการปักกิ่งก็เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการกู้ภัยด้วย และยังรายงานข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายจากทะเลสาบที่ขวางกั้นน้ำซึ่งกำลังเสี่ยงต่อการเอ่อล้นออกมา

แต่รายละเอียดนอกเหนือจากนั้นยังมีอยู่น้อยมาก ไม่มีรายงานหรือเรื่องราวจากผู้รอดชีวิตในทิเบตแต่อย่างใด และแทบไม่มีภาพวิดีโอจากผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียซึ่งเป็นภาพนาทีแห่งความตายหรือผลกระทบหลังจากนั้นปรากฏออกมาเช่นกัน

เรายังไม่ได้ยินเสียงบอกเล่าจากครอบครัวผู้สูญหายที่กำลังตกอยู่ในความวิตกกังวล เพราะแม้แต่ในสถานการณ์ปกติ การติดต่อสื่อสารกับผู้คนที่นั่นก็แทบจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

ในฐานะสื่อมวลชนซึ่งเคยรายงานข่าวในเกาหลีเหนือ บ่อยครั้งที่ผู้สื่อข่าวบีบีซีสามารถติดต่อผู้คนที่ให้สัมภาษณ์ในกรุงเปียงยางได้ง่ายกว่าในลาซา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของทิเบต

เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) ในขณะที่ข่าวสารทั่วโลกต่างพาดหัวข่าวเกี่ยวกับความเสียหายในหุบเขาแห่งหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัย สถานีโทรทัศน์ของทางการจีนกลับเปิดรายการข่าวภาคหลักด้วยข่าวการเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ของสี จิ้นผิง ซึ่งรวบรวมผลงานชิ้นสำคัญและเป็นรากฐานที่สุดของเขาที่คัดเลือกมา

ผู้สื่อข่าวต่างชาติไม่สามารถเดินทางไปยังทิเบตได้หากไม่ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลจีน เรามีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข่าวใหญ่ข่าวนี้ให้ได้มากที่สุด ก่อนที่วิดีโอหลาย ๆ ชิ้นจะถูกลบและเสียงสะท้อนต่าง ๆ จะถูกปิดกั้น

แต่มันกลับกลายเป็นว่าเราต้องพึ่งพาสื่อของทางการซึ่งที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นไปที่ปฏิบัติการกู้ภัยที่เต็มไปด้วยความระทึกขวัญอย่างยิ่ง

ทีมค้นหาผู้เชี่ยวชาญกำลังปีนป่ายภูเขาและหน้าผา หรือข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกราก เพื่อพยายามเข้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ทว่าเรายังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นบ้าง หรือว่าทีมเจ้าหน้าที่ดังกล่าวสามารถช่วยชีวิตใครได้บ้าง

นี่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลกรุงปักกิ่งไม่ใส่ใจหรือไม่กังวล ตรงกันข้าม พวกเขากังวลเป็นอย่างมาก

.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนถนนที่เสียหายซึ่งมุ่งหน้าไปยังด่านจีหรงในฝั่งของทิเบตหลังจากเกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน

นายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง ของจีน ได้เดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยพิบัติอย่างรวดเร็วและปรากฏภาพของเขากำลังตรวจสอบการเคลื่อนย้ายซากความเสียงหาย ซึ่งถือเป็นการเดินทางเยือนพื้นที่ประสบภัยที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและพบได้ไม่บ่อยนักจากผู้นำที่มีความสำคัญเป็นอันดับสองของประเทศ หลังเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่

เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังสิ่งที่โลกอาจเห็นว่าเป็นการตอบสนองที่ดูเงียบกว่าที่คาดคือการคงไว้ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สี จิ้นผิง ต้องการอย่างยิ่งสำหรับประเทศของเขา นั่นคือเสถียรภาพ

พรรคคอมมิวนิส์จะหวาดกลัวว่าภัยพิบัติเช่นนี้อาจโหมกระพือความไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นความไม่พอใจต่อการตอบสนองรับมือเหตุการณ์หรือการขาดมาตรการป้องกันล่วงหน้า

นอกจากนี้พรรคคอมมิวนิสต์อาจกลัวถึงผลกระทบของโศกนาฏกรรมลักษณะนี้และความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์ดังกล่าวจะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้คนรวมตัวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนที่ความศรัทธามีบทบาทสำคัญมาอย่างยาวนาน

ถึงแม้ว่าในภูมิภาคนี้จะไม่มีเหตุประท้วงมาเป็นเวลานานแล้ว แต่กลุ่มชาวทิเบตในต่างประเทศได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการควบคุมของจีนที่มากขึ้น อย่างเช่นกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ที่พวกเขาบอกว่าเป็นกฎหมายที่ทำให้บทบาทของวัดวาอารามและความศรัทธาทางพุทธศาสนาอ่อนแอลง

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังพิบัติภัยเกิดขึ้น กลไกของพรรคคอมมิวนิสต์ก็พยายามระดมฐานสมาชิกระดับรากหญ้าเพื่อสกัดกั้นสัญญาณความไม่พอใจใด ๆ เกี่ยวกับการรับมือเหตุดินถล่มครั้งนี้

ความเคลื่อนไหวนี้เห็นได้จากการที่สำนักงานท้องถิ่นของพรรคออกมากระตุ้นให้สมาชิกพรรคเข้ามามีส่วนร่วมและให้ความช่วยเหลือในภารกิจบรรเทาภัยพิบัติในพื้นที่ของตนเอง ตลอดจนให้คำแนะนำและให้การสนับสนุนทางด้านจิตใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ

คำสั่งสำคัญระบุให้พวกเขา "พยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม และทำให้มีหลักประกันว่าในพื้นที่เกิดภัยพิบัติจะยังคงมีเสถียรภาพและประชาชนมีความเชื่อมั่น" โดยสมาชิกคนใดก็ตามที่ทำผลงานได้ดีก็จะได้รับรางวัลตอบแทน และผู้ที่ล้มเหลวในการทำตามคำสั่งดังกล่าว "จะต้องแสดงความรับผิดชอบ"

นี่คือคำเตือนที่ไม่มีใครมองเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างแน่นอน นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่า ชาวทิเบตในภูมิภาคนี้อาจถูกคุมขังหรือจับกุมหากพวกเขาพูดคุยกับนักข่าวหรือไม่ก็โพสต์เนื้อหาใด ๆ ที่ต่อต้านสารที่รัฐบาลต้องการจะควบคุมบนพื้นที่ออนไลน์

นั่นทำให้ชาวทิเบตที่อยู่นอกพื้นที่ดังกล่าวประสบความยากลำบากในการรับรู้ข่าวคราวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับญาติพี่น้องของพวกเขา

องค์กรรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อทิเบต (International Campaign for Tibet) ที่แม้จะชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้ปฏิบัติงานฉุกเฉินในพื้นที่ แต่ระบุว่าทางการกรุงปักกิ่งกำลังลบวิดีโอและข้อมูลจากเหตุการณ์จริงที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย องค์กรได้เรียกร้องให้หน่วยงานของทางการจีน "เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายและจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้ครบถ้วนและสามารถตรวจสอบยืนยันได้"

เพื่อทำความเข้าใจวิถีชีวิตของชาวทิเบต เมื่อปีที่แล้วบีบีซีได้เดินทางไปยังเมืองแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บริเวณขอบที่ราบสูงหิมาลัยและอยู่ติดกับพื้นที่ที่จีนเรียกว่า "เขตปกครองตนเองทิเบต"

ที่นั่นเราได้พูดคุยกับพระสงฆ์ที่วัดเคอร์ตีในเขตอาบา (Aba) หรืองาบา (Ngaba) ในภาษาทิเบต ในอดีตวัดแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการต่อต้านรัฐบาลจีน พระสงฆ์รูปหนึ่งกล่าวกับบีบีซีว่า "พวกเราชาวทิเบตถูกปฏิเสธการมีสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน"

พวกเขากล่าวว่าพวกเขาดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้การสอดส่องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และอ้างว่ารัฐบาลจีนกดขี่ข่มเหงชาวทิเบต การสนทนาดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพราะเราไม่สามารถให้ใครเห็นว่าเราพูดคุยกับผู้คนเป็นเวลานานได้

ด้านรัฐบาลจีนปฏิเสธถึงการละเมิดสิทธิ์ของชาวทิเบต พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงการลงทุนขนานใหญ่ในภูมิภาคดัเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและผนวกดินแดนดังกล่าวเข้าเป็นส่วนเดียวกับส่วนอื่น ๆ ของประเทศ

แต่กระนั้นก็ตามผู้คนในจีนก็จะไม่ค่อยได้รับรู้มากนักว่า ขณะนี้กำลังเกิดอะไรขึ้นในทิเบต