"กษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง" และ"คุณปู่แห่งชาติ" ชาวนอร์เวย์อาลัย กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 เสด็จสวรรคต

King Harald smiles in a suit and red patterned tie

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, มัลลอรี มอนช์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 10 นาที

สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จสวรรคตขณะมีพระชนมพรรษา 89 พรรษา หลังจากทรงเข้ารับการรักษาพระอาการประชวรจากภาวะความผิดปกติของพระโลหิตชนิดหายากในโรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนักพระราชวังในกรุงออสโลระบุว่า พระองค์เสด็จสวรรคตอย่างสงบเมื่อเวลา 06.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของนอร์เวย์ (11.35 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ของวันศุกร์ (28 ส.ค.) ณ โรงพยาบาลแห่งชาติในกรุงออสโล โดยได้ลดธงประจำพระองค์ที่พระราชวังลงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัย

ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนเสด็จสวรรคต พระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ขณะที่ประชาชนจำนวนมากได้นำดอกไม้มาวางที่ด้านหน้าพระราชวัง

สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งนอร์เวย์พระองค์แรกที่เสด็จพระราชสมภพในประเทศนอร์เวย์ นับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 โดยมีมกุฎราชกุมารฮากอน พระราชโอรส ทรงเป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์

ตลอดการครองสิริราชสมบัติ 35 ปี พระองค์ทรงเป็นที่จดจำในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง และทรงมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความทันสมัย ทรงก้าวข้ามพระราชประเพณีดั้งเดิมด้วยการอภิเษกสมรสกับสามัญชน ทั้งยังทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวนอร์เวย์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่ประเทศชาติเผชิญกับความยากลำบากอย่างที่สุด

ผู้สังเกตการณ์ด้านราชสำนักระบุว่า พระองค์ทรงมีพระราชจริยวัตรที่เรียบง่ายและไม่ถือพระองค์ ทรงเป็นที่เคารพรักอย่างยิ่ง จนทรงได้รับการขนานพระนามว่าเป็น "คุณปู่แห่งชาติ" และ "พระมหากษัตริย์ของประชาชน" ซึ่งเป็นพระราชสมัญญาเดียวกับพระราชบิดาของพระองค์ สมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟที่ 5

ภายหลังเหตุการณ์ลอบวางระเบิดและกราดยิงในกรุงออสโลและบนเกาะอูเตอยาเมื่อปี 2011 สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงมีพระราชดำรัสขอให้พสกนิกรชาวนอร์เวย์ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งตรัสว่าจงอย่าให้ "ความหวาดกลัวเข้ามาครอบงำ"

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ต่างทรงเผชิญกับปัญหาด้านพระพลานามัยและกรณีอื้อฉาวต่าง ๆ โดยเฉพาะกรณีที่มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริตแห่งนอร์เวย์ ทรงมีความเกี่ยวพันกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้กระทำผิดคดีล่วงละเมิดทางเพศซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ตลอดจนกรณีที่ มาริอุส บอร์ก เฮย์บี บุตรชายของมกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีข่มขืนกระทำชำเรา

Two men in suits sit sombrely listening in an audience - the older man sits on the right

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มกุฎราชกุมารฮากอน (ซ้าย) พระราชโอรสของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์จะเสด็จขึ้นครองราชย์ขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่

โอเล-เยิร์เกน ชูลสรุด-ฮันเซน นักประวัติศาสตร์และผู้สื่อข่าวสายราชสำนักของสถานีโทรทัศน์ทีวีทู (TV2) กล่าวกับบีบีซีว่าตลอดรัชสมัยของพระองค์ สถาบันพระมหากษัตริย์นอร์เวย์มีความเสมอภาคและโปร่งใสมากขึ้นทั้งในด้านการเงินและเรื่องพระพลานามัย

โทเว ทอเลเซน ผู้สื่อข่าวสายราชสำนักของสำนักข่าวเน็ตตาฟิเซน (Nettavisen) กล่าวถึงสมเด็จพระราชาธิบดีผู้เสด็จสวรรคตว่าทรงเป็นดั่ง "หนึ่งในพวกเรา" ขณะที่แคโรไลน์ วาเกล ผู้เชี่ยวชาญด้านราชสำนักจากนิตยสารเซ อ็อก ฮือร์ (Se og Hør) ของนอร์เวย์ กล่าวว่า พระองค์ "ทรงใกล้ชิดกับพสกนิกรมาโดยตลอด"

เมื่อทีมนักฟุตบอลทีมชาตินอร์เวย์เดินทางกลับจากสหรัฐฯ หลังจากสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรก สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงต้อนรับคณะนักกีฬากลับสู่มาตุภูมิที่พระราชวัง

พระองค์เสด็จสวรรคต โดยทรงมีสมเด็จพระราชินีซอนยา พระอัครมเหสี ผู้ทรงเคียงข้างพระองค์มาเกือบ 58 ปี เจ้าหญิงมาร์ธา ลุยส์ พระราชธิดา สมเด็จพระราชาธิบดีฮากอน พระราชโอรส ซึ่งเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ตลอดจนพระราชนัดดาอีก 6 พระองค์ เป็นสมาชิกราชวงค์ที่ยังคงอยู่เบื้องหลัง

Three men and two women dressed in hats and formal wear stand on a balcony waving, flags in front of them.

ที่มาของภาพ, Per Ole Hagen/Getty Images

คำบรรยายภาพ, มกุฎราชกุมารฮากอน (ที่ 2 จากซ้าย) เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย เจ้าชายสแวร์เรอ มักนุส (ซ้ายสุด) มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต (กลาง) สมเด็จพระราชินีซอนยา (ที่ 2 จากขวา) และสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์แห่งนอร์เวย์ (ขวาสุด) ในการทอดพระเนตรการเฉลิมฉลองวันรัฐธรรมนูญแห่งชาตินอร์เวย์ ณ พระราชวังกรุงออสโล เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 1937 ณ พระตำหนักสเกากุมใกล้กับกรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์

ขณะทรงเจริญพระชนมพรรษา 3 พรรษา อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการแห่งนาซีเยอรมนี ได้สั่งการให้กองทัพรุกรานนอร์เวย์ในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่สอง

พระราชมารดาของเจ้าชายฮารัลด์ทรงนำพระราชโอรสและพระราชธิดาเสด็จลี้ภัยข้ามพรมแดนไปยังประเทศสวีเดน ก่อนจะเสด็จต่อไปยังสหรัฐอเมริกา ตามคำกราบทูลเชิญของประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์

เจ้าชายฮารัลด์ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) เสด็จนิวัตประเทศนอร์เวย์พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง และทรงศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาและทรงเข้ารับราชการทหารตามหน้าที่ ต่อมาทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารในปี 1957 และทรงเข้าศึกษาต่อด้านสังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ ณ วิทยาลัยบัลเลียล (Balliol College) มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ระหว่างปี 1960 ถึง 1962

พระองค์ทรงพบกับ ซอนยา ฮารัลด์เซน บุตรีของนักธุรกิจ ในงานเลี้ยงสังสรรค์ ทว่าพระองค์ต้องทรงรอคอยยาวนานถึง 9 ปี กว่าจะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อภิเษกสมรส เนื่องจากสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟ พระราชบิดา ทรงมีพระราชประสงค์มาโดยตลอดที่จะให้พระราชโอรสอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงจากราชวงศ์ในยุโรป

ในเวลาต่อมา พระองค์ได้กราบบังคมทูลพระราชบิดาว่า หากมิได้อภิเษกสมรสกับซอนยา พระองค์ก็จะทรงครองพระองค์เป็นโสดตลอดพระชนมชีพ ซึ่งการเปิดเผยดังกล่าว สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เคยพระราชทานสัมภาษณ์ไว้กับสถานีโทรทัศน์สาธารณะแห่งนอร์เวย์

ในท้ายที่สุด พระราชบิดาได้พระราชทานพระบรมราชานุญาต และทั้งสองพระองค์ได้ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรส ณ มหาวิหารออสโล เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 1968

A picture taken on August 29, 1968 shows Norway's Crown Prince Harald and Sonja Haraldsen waving as they leave in their car the Oslo Cathedral during their wedding ceremony.

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

การตัดสินพระทัยของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ในการทรงเลือกพระชายาตามพระราชประสงค์ ยังนับเป็นการปูทางให้พระราชโอรสและพระราชธิดาทั้งสองพระองค์สามารถอภิเษกสมรสกับสามัญชนได้เช่นเดียวกัน ซึ่งในมุมมองของวาเกลแล้ว สิ่งนี้ "ช่วยลบภาพลักษณ์ของราชวงศ์ที่บุรุษมีอำนาจครอบงำลงได้อย่างมาก"

"พระองค์ไม่เคยทรงหวั่นเกรงที่จะเปิดเผยพระอารมณ์ความรู้สึก พระอารมณ์ขัน หรือแม้กระทั่งความเปราะบางส่วนพระองค์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พสกนิกรสัมผัสได้ถึงความเป็นปุถุชนของพระองค์อย่างแท้จริง" ผู้เชี่ยวชาญด้านราชสำนักผู้นี้กล่าว

Prince Harald of Norway (R) and princess Sonja of Norway (L) attend the 1976 Winter Olympics, on February 8, 1976 in Seefeld.

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์และสมเด็จพระราชินีซอนยา พระราชทานการสนับสนุนทัพนักกีฬาทีมชาตินอร์เวย์ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกมาอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อครั้งสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟทรงพระประชวรในปี 1990 มกุฎราชกุมารฮารัลด์ได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ก่อนจะเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติภายหลังสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 1991

ทรอนด์ โนเรน อีซักเซน นักประวัติศาสตร์ ให้ความเห็นว่า พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ทรงเริ่มแสดงบทบาทแห่งความเป็นผู้นำอย่างโดดเด่นในช่วงราวปี 2000 โดยทรงเปลี่ยนจากผู้ที่ทรงมีพระบุคลิกภาพเงียบขรึม จริงจัง และค่อนข้างเก็บพระองค์ มาเป็นผู้ที่ทรงเปิดเผยและเปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อผู้อื่นมากขึ้น

ในเดือน ก.ค. 2011 สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ต้องทรงเผชิญกับบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรัชสมัย เมื่ออันเดอร์ส เบรวิก ผู้ฝักใฝ่แนวคิดนีโอนาซี ก่อเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ในกรุงออสโล คร่าชีวิตผู้คนไป 8 ราย ก่อนจะเดินทางไปก่อเหตุกราดยิง ณ ค่ายเยาวชนบนเกาะอูเตอยา สังหารผู้คนเพิ่มอีก 69 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงเยาวชน

ในวันรุ่งขึ้น พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่พสกนิกรผ่านทางสถานีโทรทัศน์ และในอีกหลายสัปดาห์ต่อมา พระองค์ได้ทรงมีพระราชดำรัสแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อผู้เคราะห์ร้ายและครอบครัว ในฐานะพระบิดา พระอัยกา พระราชสวามี และพระมหากษัตริย์ ซึ่งในระหว่างที่ทรงมีพระราชดำรัสนั้น พระสุรเสียงของพระองค์สั่นเครือและขาดห้วง ราวกับทรงกลั้นน้ำพระเนตรไว้

"ข้าพเจ้าทำได้เพียงจินตนาการถึงความเจ็บปวดอันลึกซึ้งของทุกท่าน ในฐานะพระมหากษัตริย์ของประเทศนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อพวกท่านทุกคน" พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสในเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น โอเล-เยิร์เกน ชุลส์รุด-ฮันเซน นักประวัติศาสตร์ กล่าวว่า "ผมคิดว่าช่วงเวลาดังกล่าวได้ถูกจารึกไว้ในความทรงจำของพวกเรา ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ควรเป็นเช่นไร"

ต่อมาในปี 2016 พระองค์ทรงตกเป็นข่าวพาดหัวอีกครั้ง จากการที่ทรงมีพระราชดำรัสอันทรงพลังเพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางศาสนา เชื้อชาติ และรสนิยมทางเพศ

พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า ชาวนอร์เวย์นั้นมาจาก "อัฟกานิสถาน ปากีสถาน และโปแลนด์ จากสวีเดน โซมาเลีย และซีเรีย" พวกเขา "อาจศรัทธาในพระเจ้า อัลลอฮ์ จักรวาล หรือไม่ศรัทธาในสิ่งใดเลย" และพวกเขา "เป็นเด็กผู้หญิงที่รักเด็กผู้หญิง เด็กผู้ชายที่รักเด็กผู้ชาย และเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายที่รักกัน"

นอกจากนี้สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ยังทรงเป็นนักกีฬาและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวยง พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มก่อตั้งองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for Nature - WWF) สาขานอร์เวย์ และทรงดำรงตำแหน่งประธานขององค์การดังกล่าวเป็นระยะเวลายาวนานถึง 20 ปี

อีกทั้งยังทรงมีพระปรีชาสามารถด้านกีฬาเรือใบเป็นเลิศ จนทรงได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาตินอร์เวย์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกถึง 3 สมัย ก่อนจะทรงประกาศยุติเส้นทางการเป็นนักกีฬาเรือใบระดับแข่งขันอย่างเป็นทางการในปี 2022

The king wearing a checkered collared t-shirt laughs as he talks. Two footballers seated on a sofa laugh in the background.

ที่มาของภาพ, NTB/AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทีมนักฟุตบอลชาตินอร์เวย์เข้าเฝ้าฯ ณ พระราชวัง หลังจากที่พวกเขาสามารถผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026

เมื่อสมเด็จพระราชาธิบดีฮากอนเมื่อครั้งทรงเป็นมกุฎราชกุมารทรงอภิเษกสมรสกับเม็ตเต-มาริตในปี 2001 สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีทรงต้อนรับ มาริอุส บอร์ก เฮย์บี บุตรชายวัย 4 ขวบขององค์มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ที่เกิดจากความสัมพันธ์ครั้งก่อน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว โดยมาริอุสได้รับการปฏิบัติเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว แต่ในเวลาต่อมา สำนักพระราชวังนอร์เวย์ได้ออกมาย้ำว่า เขาไม่เคยมีสถานะเป็นพระบรมวงศานุวงศ์

ทางด้านเจ้าหญิงมาร์ธา ลุยส์ พระราชธิดา ทรงอภิเษกสมรสครั้งแรกกับนักเขียนชาวนอร์เวย์ ก่อนจะทรงอภิเษกสมรสอีกครั้งในปี 2024 กับชายชาวอเมริกันผู้อ้างตนว่าเป็นหมอผี (shaman) ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งในเวลาต่อมาการดำเนินธุรกิจของทั้งสองได้นำไปสู่การที่เจ้าหญิงมาร์ธาต้องทรงยุติการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะพระบรมวงศานุวงศ์ไป

แม้พสกนิกรชาวนอร์เวย์บางส่วนอาจมองว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงผ่อนปรนมากเกินไปต่อการตัดสินพระทัยในเรื่องส่วนพระองค์ของสมาชิกพระราชวงศ์ซึ่งมักเป็นที่ถกเถียง แต่สำหรับวาเกลแล้ว เธอเชื่อว่า พระองค์ "ทรงแสดงให้เห็นว่าทรงเลือกที่จะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกันเสียก่อน มากกว่าที่จะทรงมีพระราชกระแสรับสั่งที่เข้มงวด"

เมื่อพระพลานามัยของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 เริ่มถดถอยลง พระองค์ได้ทรงลดการเสด็จออกปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่อสาธารณชนเป็นการถาวรในเดือน เม.ย. 2024

ล่าสุด พระองค์ทรงเข้ารับการถวายการรักษาด้วยยาคอร์ติโซนสำหรับพระอาการโรคโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก (haemolytic anaemia) ซึ่งเป็นภาวะความผิดปกติของพระโลหิตชนิดหายากที่ส่งผลให้ปริมาณเม็ดเลือดแดงในพระวรกายลดลง โดยพระองค์ได้เสด็จไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่มกุฎราชกุมารฮากอนทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพื่อรับช่วงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ แทน

ในช่วงปีนี้เพียงปีเดียว พระราชวงศ์นอร์เวย์ต้องทรงเผชิญกับทั้งปัญหาด้านพระพลานามัยส่วนพระองค์และกรณีอื้อฉาวหลายเหตุการณ์ จนตกเป็นที่จับตามองของสาธารณชนอยู่แทบตลอดเวลา

ศาลกรุงออสโลพิจารณาคดีข่มขืนของ มาริอุส บอร์ก เฮย์บี บุตรชายของเจ้าหญิงเมตเต-มาริต มกุฎราชกุมารีและได้มีคำพิพากษาเมื่อเดือน ม.ย. ที่ผ่านมา ให้เขามีความผิดในหลายข้อกล่าวหา กรณีนี้นับเป็นประเด็นที่สร้างแรงกดดันต่อพระราชวงศ์มาเป็นเวลาหลายเดือน ขณะนี้เขาได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาจำคุก 4 ปี และได้เดินทางมาเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ณ ข้างพระแท่นบรรทม เพียงไม่นานก่อนพระองค์เสด็จสวรรคต

เพียงไม่กี่วันก่อนที่การพิจารณาคดีดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้น ได้มีการเปิดเผยเอกสารซึ่งระบุว่า มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ทรงติดต่อกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้กระทำความผิดทางเพศผู้ล่วงลับไปแล้ว อยู่บ่อยครั้ง

ในเวลาต่อมา องค์มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ได้ทรงขอพระราชทานอภัยต่อสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์และสมเด็จพระราชินีซอนยา จากการที่พระองค์ทรงมีสายสัมพันธ์ฉันมิตรกับเอปสตีนยาวนานถึง 3 ปี โดยทรงยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเป็น "การตัดสินพระทัยที่ผิดพลาด" พร้อมทั้งมีพระดำรัสระหว่างประทานสัมภาษณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ระดับชาติว่า ทรงหวังว่าพระองค์จะมิเคยรู้จักกับชายผู้นี้เลย

เพียงสองวันหลังจากการพิจารณาคดีของบุตรชายสิ้นสุดลง มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ทรงเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายพระปัปผาสะ (ปอด) โดยเมื่อ 8 ปีก่อนหน้านี้ พระองค์ทรงได้รับการวินิจฉัยว่าประชวรด้วยพระโรคพังผืดในพระปัปผาสะ (pulmonary fibrosis) ชนิดหายาก

คณะแพทย์จะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าพระอาการประชวรของพระองค์อยู่ในภาวะคงที่ จนกว่าจะผ่านพ้นระยะเวลา 1 ปีภายหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายพระอวัยวะ ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ใหม่จะต้องทรงเผชิญกับช่วงเวลาแห่งการสืบราชสันตติวงศ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ในขณะเดียวกันก็ต้องพระราชทานกำลังพระทัยแด่พระชายาต่อไปด้วย

วิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่รุมเร้าสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ส่งผลกระทบต่อความนิยมของพระราชวงศ์ด้วยเช่นกัน โดยผลการสำรวจความคิดเห็นของหนังสือพิมพ์อัฟเทนโพสเทน (Aftenposten) ระบุว่า ระดับการสนับสนุนจากประชาชนลดลงจากร้อยละ 72 ในปี 2024 เหลือเพียงร้อยละ 54

ผลการสำรวจความคิดเห็นอื่น ๆ บ่งชี้ว่า ชาวนอร์เวย์เกือบครึ่งหนึ่งเชื่อว่า มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ไม่สมควรที่จะเสด็จขึ้นดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระราชินีอีกต่อไป แม้ว่าในขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงยิ่งที่สมเด็จพระราชาธิบดีฮากอนจะทรงยืนยันให้พระองค์เสด็จขึ้นดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระราชินีตามเดิมก็ตาม

แม้สถาบันพระมหากษัตริย์จะต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ แต่วาเกลได้กล่าวว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นแทบจะไม่ได้มุ่งเป้าไปที่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เป็นการส่วนพระองค์เลย ซึ่งทำให้เธอรู้สึกได้ว่า "ทุกคนล้วนรักกษัตริย์ฮารัลด์"

"เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นภายในพระราชวงศ์ ผู้คนมักจะกล่าวโทษทุกคน ยกเว้นองค์พระมหากษัตริย์" ทรอนด์ โนเรน อีซักเซน นักประวัติศาสตร์ กล่าว

สมเด็จพระราชาธิบดีฮากอนทรงต้องเผชิญกับคำถามที่ว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวของพระองค์จะ "ติดตามพระองค์ไปสู่บทบาทการเป็นองค์พระมหากษัตริย์" อย่างไร ตามคำกล่าวของโทเว ทาเลเซน อย่างไรก็ตาม เธอเชื่อมั่นว่าพระองค์ทรงแสดงภาวะผู้นำและทรงรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

ยุทธศาสตร์หลักของพระราชวงศ์คือการเว้นระยะห่างจากการพิจารณาคดีของ มาริอุส บอร์ก เฮย์บี ซึ่ง โอเล-เยอร์เกน ชูลสรุด-ฮันเซน เชื่อว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นส่วนใหญ่

แม้อาจยังมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมถึงเอกสารที่เชื่อมโยงกับเอปสตีน แต่สำหรับพสกนิกรชาวนอร์เวย์ในขณะนี้ จุดสนใจได้มุ่งไปที่การร่วมรำลึกถึง "กษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง" ตลอดจนการถวายการสนับสนุนแด่สมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ใหม่ ผู้ทรงเป็นพระราชโอรสของพระองค์