จดทะเบียนไม่ถูกต้อง-ต่อเติมผิดกฎหมาย-วัสดุติดไฟง่าย ย้อนรอยสาเหตุไฟไหม้ใหญ่สถานบันเทิงในไทยผ่าน 3 คดีสำคัญ

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, วศินี พบูประภาพ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Published
- เวลาอ่าน: 8 นาที
เหตุโศกนาฏกรรมไฟไหม้ร้านอาหาร "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" บริเวณใกล้ศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์ เมื่อช่วงเวลาใกล้เที่ยงคืนของวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมเพลิงได้อย่างในเวลารวดเร็วเพียง 35 นาที แต่ปรากฏว่า มีจำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ล่าสุด คืออย่างน้อย 28 ราย และบาดเจ็บอีก 71 ราย ตามการรายงานของศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน กทม. หรือศูนย์เอราวัณ
ความรุนแรงจากเหตุดังกล่าวทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของร้านอาหารที่ให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการ หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า "ร้านอาหารกึ่งผับ" ในประเทศไทย
จากการรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ในอดีตพบว่า มีเหตุการณ์ไฟไหม้รุนแรงทั้งในสถานประกอบการทั้งที่เป็นสถานบันเทิง และร้านอาหารกึ่งผับ ที่เคยเป็นกรณีศึกษาสำคัญในสังคมไทยอย่างน้อย 3 ครั้ง ประกอบด้วย ซานติก้าผับ ในย่านเอกมัย กรุงเทพฯ คืนวันที่ 1 ม.ค. 2552, ไทเกอร์ดิสโก้เธค ในซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต อำเภอกะทู้ วันที่ 17 ส.ค. 2555 และเมาน์เทน บีผับ ใน ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2565
บีบีซีไทยประมวลภาพเหตุการณ์และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้ทั้ง 3 แห่ง ดังนี้
โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ "ซานติก้าผับ" ปี 2552
เหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ บริเวณเอกมัย ซ.9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อระหว่างคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปี 2552 และนี่ถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดในสถานบันเทิงที่ยังคงถูกพูดถึงจนถึงปัจจุบัน โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 67 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 ราย
ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้นได้ทำการสืบสวนสอบสวนถึงสาเหตุของเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวควบคู่กันไป ในขณะที่ผู้เสียหายและญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดกับเจ้าของซานติก้าผับและผู้เกี่ยวข้องด้วย ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา เป็นจำนวนหลายคดี กินเวลายาวนานหลายปี
ต่อมาในเดือน พ.ย. 2558 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้1และญาติผู้เสียชีวิต กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวม 57 ราย ร่วมกันเป็นโจทก์ร่วมฟ้องนายวิสุข เสร็จสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไวท์ แอนด์ บราเธอร์ส (2003)จำกัด ผู้บริหารซานติก้าผับ จำเลยที่ 1 กับพวก โดยมีคำพิพากษาจำคุก นายวิสุข และนายบุญชู เหล่าสีนาท กรรมการผู้มีอำนาจบริษัทโพกัสไลท์ ซาวด์ ซิสเท็ม จำกัด ผู้รับผิดชอบการติดตั้งเอฟเฟกต์ เป็นเวลาคนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
โดยในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8565-8566/2558 ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ "ThaiDeka คำพิพากษาฎีกาไทย" ได้เผยให้เห็นมูลเหตุของโศกนาฏกรรมดังกล่าว ดังนี้
เหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมที่แออัดเกินขีดจำกัดของตัวอาคาร จากคำเบิกความในชั้นศาลของนายพิชญะ จันทรานุวัฒน์ ประธานอนุกรรมการมาตรฐานความปลอดภัยอาคาร สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในขณะนั้น ระบุว่าตามหลักมาตรฐานความปลอดภัยแล้วความจุของร้านเกิดเหตุต้องใช้หลักคำนวณพื้นที่ 1 ตารางเมตรต่อ 1 คน ขณะที่พื้นที่ในร้านที่เกิดเหตุมีขนาด 541.14 ตารางเมตร และตามคำเบิกความของพยานหลายคนบอกว่า มีนักท่องเที่ยวเบียดเสียดกันอยู่ภายในร้านมากถึงราว 600 - 1,000 คน
ส่วนชนวนเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ที่ระบุในเอกสารชุดนี้ คือ การแจกไฟเย็นให้นักท่องเที่ยวร่วมจุดเฉลิมฉลอง รวมทั้งมีการแจกพลุกระดาษ ไม่นานก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ นักร้องนำวงเบิร์นกำลังร้องเพลง "อิตส์มายไลฟ์" (It's My Life) จากนั้นเมื่อดนตรีเปลี่ยนเข้าสู่เพลง "อะโบเดเบย์" นักร้องคนใหม่ได้ก้าวขึ้นเวทีซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เอฟเฟกต์ดอกไม้เพลิงหน้ากลองชุดถูกจุดพุ่งขึ้นพร้อมกัน จนไปชนเพดานซุ้มด้านบนและเกิดเพลิงไหม้ในเวลาต่อมา

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่อเกิดไฟไหม้แล้ว สภาพประตูทางออกในร้านยังเป็นอุปสรรคในการระบายผู้คนออกให้ทันเหตุการณ์รวมถึงระบบไฟฉุกเฉินบอกทางหนีไฟด้วย
นางสาวฐิติมาพร และนายประลองยุทธ (ในเอกสารที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงนามสกุลของทั้งคู่) ซึ่งเป็นพยานที่รอดชีวิต เบิกความตรงกันว่า ไฟทุกดวงภายในร้านดับลงจนมืดสนิท ผู้คนต้องใช้แสงจากโทรศัพท์มือถือและใช้วิธีคลำทางเพื่อหาทางออก ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโดย พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เฉลิมสุขสันต์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานในขณะนั้นที่ระบุว่าไม่พบระบบแสงสว่างฉุกเฉินในส่วนพื้นที่ชุมนุมคนภายในร้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เบิกความด้วย
อุปสรรคอีกประการหนึ่งคือ โครงสร้างของประตูทางออกที่ไม่สามารถรองรับการระบายคนได้ ในการวิเคราะห์หลักฐานในชั้นศาลระบุว่า ประตูเข้าออกด้านหน้าซึ่งเป็นประตูหลักมีความกว้างเพียง 2.30 เมตร ในขณะที่ประตูด้านข้างกว้างเพียง 0.7 เมตร และ 0.9 เมตร ความกว้างนี้แคบเกินกว่าจะรองรับคนจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการติดขัดและพบศพผู้เสียชีวิตเรียงรายทับซ้อนกันอยู่บริเวณบันไดทางออก
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านข้อกฎหมายว่าด้วยใบอนุญาตในการดำเนินกิจการสถานบันเทิงอีกด้วยที่เป็นข้อถกเถียงในขณะนั้น เว็บไซต์บีบีซีนิวส์ได้รายงานในปี 2552 เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนของคณะทำงานสอบสวนกรณีเพลิงไหม้ซานติก้าผับ ซึ่งแต่งตั้งโดยกระทรวงยุติธรรมได้ตรวจสอบเอกสารย้อนหลังพบว่า อาคารซานติก้าผับ ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นเพียง "ที่พักอาศัยส่วนบุคคล" และตั้งอยู่ในเขตที่ห้ามเปิดไนต์คลับ นอกจากนี้ยังมีการปลอมแปลงลายเซ็นสถาปนิก และไม่เคยผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยจากอัคคีภัย
นอกจากนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวยังพบว่า ในปี 2547 เจ้าของผับยื่นขอใบอนุญาตดำเนินกิจการสถานบันเทิง แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากตำรวจ อย่างไรก็ตาม สถานบันเทิงแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการต่อ และถูกดำเนินคดีฐานลักลอบเปิดสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาตรวม 47 ข้อหา ระหว่างเดือน มิ.ย. 2547 ถึง ก.ย. 2549 ก่อนจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันที่ 1 ม.ค. 2552
ไทเกอร์ ดิสโก้เธค ปี 2555
หลังเกิดเหตุไฟไหม้ซานติก้าผับไม่กี่ปี ก็เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบันเทิงอีกแห่งคือ "ไทเกอร์ ดิสโก้เธค" (Tiger Disco) ซึ่งเป็นสถานบันเทิงภายในซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2555 เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นชายชาวต่างชาติ 2 คน และหญิงชาวไทย 2 คน และบาดเจ็บหลายสิบราย
เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. เว็บไซต์บีบีซีนิวส์รายงานในขณะนั้นโดยอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของนายธำรงณ์ศักดิ์ บุญรักษ์ กรรมการบริหารและที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายในเครือไทเกอร์กรุ๊ป ระบุว่าสถานบันเทิงได้ปิดให้บริการตามเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ยังมีนักท่องเที่ยวประมาณ 70 ถึง 200 คน เข้าไปหลบพักอยู่ภายในอาคารเนื่องจากมีพายุฝนตกหนัก
นายธำรงณ์ศักดิ์ ยังระบุว่าทางสถานบันเทิงได้ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับทางหนีไฟอย่างครบถ้วน และยืนยันว่าจะไม่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
สำหรับลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักท่องเที่ยวที่รอดชีวิตให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นว่า ก่อนเกิดเหตุระบบไฟฟ้าภายในอาคารได้ดับลง จากนั้นได้ยินเสียงคล้ายหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดดังขึ้น 2 ครั้งจากบริเวณถนนด้านนอก ตามด้วยกระแสไฟฟ้าและประกายไฟที่ลุกลามตามสายไฟเข้าไปในตัวอาคาร ประกายไฟดังกล่าวได้ไปติดกับฉนวนโฟมซับเสียงบริเวณเพดานชั้น 2 ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้นักท่องเที่ยวต้องอพยพออกจากพื้นที่

ที่มาของภาพ, STR/AFP/GettyImages
ในช่วงแรกของการสืบสวน พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธ์ ผกก.สภ.กะทู้ตั้งข้อสันนิษฐานและให้สัมภาษณ์ต่อสื่อท้องถิ่นว่าสาเหตุเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด
หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ไม่นาน นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้น ได้ออกคำสั่งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสถานบริการและสถานที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ ไทเกอร์ ดิสโก้เธค ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งมีจำนวนรวมกว่า 190 แห่ง
นายปิยะ อิสระมาลัย ประธานกรรมการบริษัทไทเกอร์กรุ๊ป เปิดเผยต่อสื่อมวลชนในเวลาต่อมาว่าบริษัทยินดีที่จะทุบอาคารทิ้งและปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ และบริษัทได้เตรียมมอบเงินช่วยเหลือเพื่อเยียวยาให้แก่ญาติของผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท

ที่มาของภาพ, PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP/GettyImages
อย่างไรก็ตาม สำนักงานตรวจพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดภูเก็ต ได้สรุปผลทางนิติวิทยาศาสตร์ในเดือน ก.ย. 2555 พบว่า สาเหตุของเพลิงไหม้นั้นเกิดจาก "กระแสไฟฟ้าลัดวงจร" บริเวณชั้นลอยภายในสถานบันเทิง ซึ่งประกายไฟได้ติดกับโฟมฉีดป้องกันเสียงบนเพดานและลุกลามไปยังจุดอื่น
ในการสรุปผลดังกล่าว พ.ต.ท.กิติพงษ์ คล้ายแก้ว (ยศในขณะนั้น) รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกะทู้ ให้กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอุบัติเหตุและไม่ใช่ความประมาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้บริหารของไทเกอร์ ดิสโก้เธคในความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าจะมีเจ้าหน้าระบุว่าจะมีการดำเนินคดีในข้อหาไม่มีใบอนุญาตต่อเติมอาคาร แต่ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว แต่ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว
เมาท์เทน บีผับ ในปี 2565
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่กลายเป็นข่าวใหญ่ คือ เหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง "เมาท์เทน บีผับ" อยู่บริเวณ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2565 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย บาดเจ็บ ราว 50 ราย
พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ สมใจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในวันเกิดเหตุระบุว่า เมาท์เทน บีผับ เป็นสถานบันเทิงที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยขออนุญาตก่อสร้างเป็นเพียงร้านอาหารจำหน่ายสุรา และมีการต่อเติมที่ผิดกฎหมายโดยไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากเจ้าหน้าที่
นักดนตรีที่เคยเล่นดนตรีในสถานที่ดังกล่าวยังเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยในภายหลังเกิดเหตุ ว่าสภาพแวดล้อมภายในสถานบันเทิงแห่งนี้มีความเสี่ยงหลายจุดตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ เช่น นายธนภัทร พ่วงแพ นักดนตรีที่เคยแสดงที่ร้าน ระบุว่าพื้นที่ภายในมีความรู้สึกแออัดและป้ายทางหนีไฟไม่ชัดเจน
ในรายงานของบีบีซีไทยเดียวกันนี้ได้ระบุว่า เหตุเพลิงไหม้เริ่มต้นขึ้นในเวลาราว 1.00 น. ของเช้าวันที่ 5 ส.ค. 2565 พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ สมใจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง ระบุโดยอ้างการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้งบริเวณข้างบูธดีเจ ก่อนที่จะเกิดประกายไฟลุกลาม โดย วัสดุภายในผับติดไฟง่าย ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วจนเป็นอุปสรรคต่อการระงับเหตุ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเรื่องวัสดุที่ทำให้ไฟลุกลาม มีการให้ข้อมูลที่แตกต่างกันออกไป นายพิเชษฐ ธินนท์เจ้าของบริษัท อินซูเลชั่น ผู้รับเหมาฉีดพ่นโฟม ระบุกับในรายงานของบีบีซีไทยว่า พียูโฟมที่ใช้เป็นสินค้านำเข้าจากเยอรมนี และอธิบายว่า "โพลียูรีเทนตัวนี้ จุดแล้วเอาไฟออกก็จะดับ" ซึ่งไม่ใช่วัตถุติดไฟง่าย
พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า ปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งคือการระบายคนออกจากอาคาร ผู้รอดชีวิตที่ระบุตัวตนผ่านเฟซบุ๊กชื่อ "Supitchaya Channamkham" เล่าเหตุการณ์ในช่องแสดงความเห็นในโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอว่า "ทุกคนรีบวิ่งกันเบียดเหยียบกันล้ม ควันดำท่วมทั้งร้าน ออกมาได้แค่ 3-4 ก้าว ก็เกิดระเบิดอีกรอบ"
นายจิรภัทร ธุระพันธ์ อาสากู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือ ระบุในรายงานของบีบีซีไทยหลังเกิดเหตุว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ "ศพส่วนมากกองอยู่ตรงทางออก ไฟคลอกหมด"

ที่มาของภาพ, กู้ภัยสว่างโรจนธรรมสถาน สัตหีบ
หลังเหตุเพลิงไหม้นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง มีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2565 ให้ ว่าที่ พ.ต.ชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง โดยปฏิบัติหน้าที่ประจำที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป
ต่อมาวันที่ 7 ส.ค. 2565 นายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ เจ้าของผับ ได้เข้ามอบตัว โดยนายอนุชา วงศ์ตรีรัตน์ ทนายความ ชี้แจงว่าลูกความอายุเพียง 27 ปี และทำไปโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจ พร้อมระบุว่าทุกคนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
สัตหีบนิวส์ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ศาลจังหวัดพัทยามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2568 จำเลยทั้ง 4 คนมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 หรือนายพงศ์ศิริ เจ้าของผับ เป็นเวลา 5 ปี 4 เดือน พร้อมปรับ 133,000 บาท จำเลยที่ 2 นางอนงค์นาถ ปั้นประสงค์ (ภรรยานายพงศ์ศิริ) จำคุก 10 ปี 10 เดือน ปรับ 266,000 บาท จำเลยที่ 3 นายสมยศ ปั้นประสงค์ (บิดาของนายพงศ์ศิริ) จำคุก 10 ปี 10 เดือน ปรับ 266,000 บาท และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นช่างไฟฟ้า จำคุก 5 ปี 1 เดือน ปรับ 125,000 บาท
ขณะที่ค่าเสียหายที่ศาลกำหนดให้ชดใช้แก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตแตกต่างกันไป โดยผู้เสียหายที่ผู้ร้องดูแลได้รับคำพิพากษาให้ชดใช้ตั้งแต่กว่า 2 ล้านบาทถึงกว่า 5 ล้านบาทต่อราย
สัตหีบนิวส์รายงานต่อไปว่าทั้งหมดได้รับการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ตามสิทธิ์ทางกฎหมาย ขณะนี้คดียังไม่เป็นที่สิ้นสุด




























