จดทะเบียนไม่ถูกต้อง-ต่อเติมผิดกฎหมาย-วัสดุติดไฟง่าย ย้อนรอยสาเหตุไฟไหม้ใหญ่สถานบันเทิงในไทยผ่าน 3 คดีสำคัญ

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, วศินี พบูประภาพ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • Published
  • เวลาอ่าน: 8 นาที

เหตุโศกนาฏกรรมไฟไหม้ร้านอาหาร "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" บริเวณใกล้ศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์ เมื่อช่วงเวลาใกล้เที่ยงคืนของวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมเพลิงได้อย่างในเวลารวดเร็วเพียง 35 นาที แต่ปรากฏว่า มีจำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ล่าสุด คืออย่างน้อย 28 ราย และบาดเจ็บอีก 71 ราย ตามการรายงานของศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน กทม. หรือศูนย์เอราวัณ

ความรุนแรงจากเหตุดังกล่าวทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของร้านอาหารที่ให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการ หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า "ร้านอาหารกึ่งผับ" ในประเทศไทย

จากการรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ในอดีตพบว่า มีเหตุการณ์ไฟไหม้รุนแรงทั้งในสถานประกอบการทั้งที่เป็นสถานบันเทิง และร้านอาหารกึ่งผับ ที่เคยเป็นกรณีศึกษาสำคัญในสังคมไทยอย่างน้อย 3 ครั้ง ประกอบด้วย ซานติก้าผับ ในย่านเอกมัย กรุงเทพฯ คืนวันที่ 1 ม.ค. 2552, ไทเกอร์ดิสโก้เธค ในซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต อำเภอกะทู้ วันที่ 17 ส.ค. 2555 และเมาน์เทน บีผับ ใน ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2565

บีบีซีไทยประมวลภาพเหตุการณ์และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้ทั้ง 3 แห่ง ดังนี้

โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ "ซานติก้าผับ" ปี 2552

เหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ บริเวณเอกมัย ซ.9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อระหว่างคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปี 2552 และนี่ถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดในสถานบันเทิงที่ยังคงถูกพูดถึงจนถึงปัจจุบัน โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 67 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 ราย

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้นได้ทำการสืบสวนสอบสวนถึงสาเหตุของเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวควบคู่กันไป ในขณะที่ผู้เสียหายและญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดกับเจ้าของซานติก้าผับและผู้เกี่ยวข้องด้วย ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา เป็นจำนวนหลายคดี กินเวลายาวนานหลายปี

ต่อมาในเดือน พ.ย. 2558 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้1และญาติผู้เสียชีวิต กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวม 57 ราย ร่วมกันเป็นโจทก์ร่วมฟ้องนายวิสุข เสร็จสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไวท์ แอนด์ บราเธอร์ส (2003)จำกัด ผู้บริหารซานติก้าผับ จำเลยที่ 1 กับพวก โดยมีคำพิพากษาจำคุก นายวิสุข และนายบุญชู เหล่าสีนาท กรรมการผู้มีอำนาจบริษัทโพกัสไลท์ ซาวด์ ซิสเท็ม จำกัด ผู้รับผิดชอบการติดตั้งเอฟเฟกต์ เป็นเวลาคนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

โดยในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8565-8566/2558 ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ "ThaiDeka คำพิพากษาฎีกาไทย" ได้เผยให้เห็นมูลเหตุของโศกนาฏกรรมดังกล่าว ดังนี้

เหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมที่แออัดเกินขีดจำกัดของตัวอาคาร จากคำเบิกความในชั้นศาลของนายพิชญะ จันทรานุวัฒน์ ประธานอนุกรรมการมาตรฐานความปลอดภัยอาคาร สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในขณะนั้น ระบุว่าตามหลักมาตรฐานความปลอดภัยแล้วความจุของร้านเกิดเหตุต้องใช้หลักคำนวณพื้นที่ 1 ตารางเมตรต่อ 1 คน ขณะที่พื้นที่ในร้านที่เกิดเหตุมีขนาด 541.14 ตารางเมตร และตามคำเบิกความของพยานหลายคนบอกว่า มีนักท่องเที่ยวเบียดเสียดกันอยู่ภายในร้านมากถึงราว 600 - 1,000 คน

ส่วนชนวนเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ที่ระบุในเอกสารชุดนี้ คือ การแจกไฟเย็นให้นักท่องเที่ยวร่วมจุดเฉลิมฉลอง รวมทั้งมีการแจกพลุกระดาษ ไม่นานก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ นักร้องนำวงเบิร์นกำลังร้องเพลง "อิตส์มายไลฟ์" (It's My Life) จากนั้นเมื่อดนตรีเปลี่ยนเข้าสู่เพลง "อะโบเดเบย์" นักร้องคนใหม่ได้ก้าวขึ้นเวทีซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เอฟเฟกต์ดอกไม้เพลิงหน้ากลองชุดถูกจุดพุ่งขึ้นพร้อมกัน จนไปชนเพดานซุ้มด้านบนและเกิดเพลิงไหม้ในเวลาต่อมา

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

เมื่อเกิดไฟไหม้แล้ว สภาพประตูทางออกในร้านยังเป็นอุปสรรคในการระบายผู้คนออกให้ทันเหตุการณ์รวมถึงระบบไฟฉุกเฉินบอกทางหนีไฟด้วย

นางสาวฐิติมาพร และนายประลองยุทธ (ในเอกสารที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงนามสกุลของทั้งคู่) ซึ่งเป็นพยานที่รอดชีวิต เบิกความตรงกันว่า ไฟทุกดวงภายในร้านดับลงจนมืดสนิท ผู้คนต้องใช้แสงจากโทรศัพท์มือถือและใช้วิธีคลำทางเพื่อหาทางออก ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโดย พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เฉลิมสุขสันต์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานในขณะนั้นที่ระบุว่าไม่พบระบบแสงสว่างฉุกเฉินในส่วนพื้นที่ชุมนุมคนภายในร้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เบิกความด้วย

อุปสรรคอีกประการหนึ่งคือ โครงสร้างของประตูทางออกที่ไม่สามารถรองรับการระบายคนได้ ในการวิเคราะห์หลักฐานในชั้นศาลระบุว่า ประตูเข้าออกด้านหน้าซึ่งเป็นประตูหลักมีความกว้างเพียง 2.30 เมตร ในขณะที่ประตูด้านข้างกว้างเพียง 0.7 เมตร และ 0.9 เมตร ความกว้างนี้แคบเกินกว่าจะรองรับคนจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการติดขัดและพบศพผู้เสียชีวิตเรียงรายทับซ้อนกันอยู่บริเวณบันไดทางออก

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านข้อกฎหมายว่าด้วยใบอนุญาตในการดำเนินกิจการสถานบันเทิงอีกด้วยที่เป็นข้อถกเถียงในขณะนั้น เว็บไซต์บีบีซีนิวส์ได้รายงานในปี 2552 เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนของคณะทำงานสอบสวนกรณีเพลิงไหม้ซานติก้าผับ ซึ่งแต่งตั้งโดยกระทรวงยุติธรรมได้ตรวจสอบเอกสารย้อนหลังพบว่า อาคารซานติก้าผับ ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นเพียง "ที่พักอาศัยส่วนบุคคล" และตั้งอยู่ในเขตที่ห้ามเปิดไนต์คลับ นอกจากนี้ยังมีการปลอมแปลงลายเซ็นสถาปนิก และไม่เคยผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยจากอัคคีภัย

นอกจากนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวยังพบว่า ในปี 2547 เจ้าของผับยื่นขอใบอนุญาตดำเนินกิจการสถานบันเทิง แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากตำรวจ อย่างไรก็ตาม สถานบันเทิงแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการต่อ และถูกดำเนินคดีฐานลักลอบเปิดสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาตรวม 47 ข้อหา ระหว่างเดือน มิ.ย. 2547 ถึง ก.ย. 2549 ก่อนจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันที่ 1 ม.ค. 2552

ไทเกอร์ ดิสโก้เธค ปี 2555

หลังเกิดเหตุไฟไหม้ซานติก้าผับไม่กี่ปี ก็เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบันเทิงอีกแห่งคือ "ไทเกอร์ ดิสโก้เธค" (Tiger Disco) ซึ่งเป็นสถานบันเทิงภายในซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2555 เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นชายชาวต่างชาติ 2 คน และหญิงชาวไทย 2 คน และบาดเจ็บหลายสิบราย

เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. เว็บไซต์บีบีซีนิวส์รายงานในขณะนั้นโดยอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของนายธำรงณ์ศักดิ์ บุญรักษ์ กรรมการบริหารและที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายในเครือไทเกอร์กรุ๊ป ระบุว่าสถานบันเทิงได้ปิดให้บริการตามเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ยังมีนักท่องเที่ยวประมาณ 70 ถึง 200 คน เข้าไปหลบพักอยู่ภายในอาคารเนื่องจากมีพายุฝนตกหนัก

นายธำรงณ์ศักดิ์ ยังระบุว่าทางสถานบันเทิงได้ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับทางหนีไฟอย่างครบถ้วน และยืนยันว่าจะไม่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ

สำหรับลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักท่องเที่ยวที่รอดชีวิตให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นว่า ก่อนเกิดเหตุระบบไฟฟ้าภายในอาคารได้ดับลง จากนั้นได้ยินเสียงคล้ายหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดดังขึ้น 2 ครั้งจากบริเวณถนนด้านนอก ตามด้วยกระแสไฟฟ้าและประกายไฟที่ลุกลามตามสายไฟเข้าไปในตัวอาคาร ประกายไฟดังกล่าวได้ไปติดกับฉนวนโฟมซับเสียงบริเวณเพดานชั้น 2 ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้นักท่องเที่ยวต้องอพยพออกจากพื้นที่

.

ที่มาของภาพ, STR/AFP/GettyImages

ในช่วงแรกของการสืบสวน พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธ์ ผกก.สภ.กะทู้ตั้งข้อสันนิษฐานและให้สัมภาษณ์ต่อสื่อท้องถิ่นว่าสาเหตุเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด

หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ไม่นาน นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในขณะนั้น ได้ออกคำสั่งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสถานบริการและสถานที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ ไทเกอร์ ดิสโก้เธค ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งมีจำนวนรวมกว่า 190 แห่ง

นายปิยะ อิสระมาลัย ประธานกรรมการบริษัทไทเกอร์กรุ๊ป เปิดเผยต่อสื่อมวลชนในเวลาต่อมาว่าบริษัทยินดีที่จะทุบอาคารทิ้งและปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ และบริษัทได้เตรียมมอบเงินช่วยเหลือเพื่อเยียวยาให้แก่ญาติของผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท

.

ที่มาของภาพ, PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP/GettyImages

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตรวจพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดภูเก็ต ได้สรุปผลทางนิติวิทยาศาสตร์ในเดือน ก.ย. 2555 พบว่า สาเหตุของเพลิงไหม้นั้นเกิดจาก "กระแสไฟฟ้าลัดวงจร" บริเวณชั้นลอยภายในสถานบันเทิง ซึ่งประกายไฟได้ติดกับโฟมฉีดป้องกันเสียงบนเพดานและลุกลามไปยังจุดอื่น

ในการสรุปผลดังกล่าว พ.ต.ท.กิติพงษ์ คล้ายแก้ว (ยศในขณะนั้น) รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกะทู้ ให้กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอุบัติเหตุและไม่ใช่ความประมาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้บริหารของไทเกอร์ ดิสโก้เธคในความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าจะมีเจ้าหน้าระบุว่าจะมีการดำเนินคดีในข้อหาไม่มีใบอนุญาตต่อเติมอาคาร แต่ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว แต่ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว

เมาท์เทน บีผับ ในปี 2565

อีกเหตุการณ์หนึ่งที่กลายเป็นข่าวใหญ่ คือ เหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง "เมาท์เทน บีผับ" อยู่บริเวณ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2565 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย บาดเจ็บ ราว 50 ราย

พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ สมใจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในวันเกิดเหตุระบุว่า เมาท์เทน บีผับ เป็นสถานบันเทิงที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยขออนุญาตก่อสร้างเป็นเพียงร้านอาหารจำหน่ายสุรา และมีการต่อเติมที่ผิดกฎหมายโดยไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากเจ้าหน้าที่

นักดนตรีที่เคยเล่นดนตรีในสถานที่ดังกล่าวยังเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยในภายหลังเกิดเหตุ ว่าสภาพแวดล้อมภายในสถานบันเทิงแห่งนี้มีความเสี่ยงหลายจุดตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ เช่น นายธนภัทร พ่วงแพ นักดนตรีที่เคยแสดงที่ร้าน ระบุว่าพื้นที่ภายในมีความรู้สึกแออัดและป้ายทางหนีไฟไม่ชัดเจน

ในรายงานของบีบีซีไทยเดียวกันนี้ได้ระบุว่า เหตุเพลิงไหม้เริ่มต้นขึ้นในเวลาราว 1.00 น. ของเช้าวันที่ 5 ส.ค. 2565 พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ สมใจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง ระบุโดยอ้างการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้งบริเวณข้างบูธดีเจ ก่อนที่จะเกิดประกายไฟลุกลาม โดย วัสดุภายในผับติดไฟง่าย ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วจนเป็นอุปสรรคต่อการระงับเหตุ

“ทุกคนเสียใจ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น” ทนายความเจ้าของผับ ระบุ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, “ทุกคนเสียใจ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น” ทนายความเจ้าของผับ ระบุ

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเรื่องวัสดุที่ทำให้ไฟลุกลาม มีการให้ข้อมูลที่แตกต่างกันออกไป นายพิเชษฐ ธินนท์เจ้าของบริษัท อินซูเลชั่น ผู้รับเหมาฉีดพ่นโฟม ระบุกับในรายงานของบีบีซีไทยว่า พียูโฟมที่ใช้เป็นสินค้านำเข้าจากเยอรมนี และอธิบายว่า "โพลียูรีเทนตัวนี้ จุดแล้วเอาไฟออกก็จะดับ" ซึ่งไม่ใช่วัตถุติดไฟง่าย

พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า ปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งคือการระบายคนออกจากอาคาร ผู้รอดชีวิตที่ระบุตัวตนผ่านเฟซบุ๊กชื่อ "Supitchaya Channamkham" เล่าเหตุการณ์ในช่องแสดงความเห็นในโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอว่า "ทุกคนรีบวิ่งกันเบียดเหยียบกันล้ม ควันดำท่วมทั้งร้าน ออกมาได้แค่ 3-4 ก้าว ก็เกิดระเบิดอีกรอบ"

นายจิรภัทร ธุระพันธ์ อาสากู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือ ระบุในรายงานของบีบีซีไทยหลังเกิดเหตุว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ "ศพส่วนมากกองอยู่ตรงทางออก ไฟคลอกหมด"

กู้ภัยสว่างโรจนธรรมสถาน สัตหีบ

ที่มาของภาพ, กู้ภัยสว่างโรจนธรรมสถาน สัตหีบ

คำบรรยายภาพ, นาทีเกิดเพลิงไหม้ ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ผู้คนหนีตายไฟลุกท่วมตัว

หลังเหตุเพลิงไหม้นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง มีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2565 ให้ ว่าที่ พ.ต.ชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง โดยปฏิบัติหน้าที่ประจำที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป

ต่อมาวันที่ 7 ส.ค. 2565 นายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ เจ้าของผับ ได้เข้ามอบตัว โดยนายอนุชา วงศ์ตรีรัตน์ ทนายความ ชี้แจงว่าลูกความอายุเพียง 27 ปี และทำไปโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจ พร้อมระบุว่าทุกคนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

สัตหีบนิวส์ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ศาลจังหวัดพัทยามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2568 จำเลยทั้ง 4 คนมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 หรือนายพงศ์ศิริ เจ้าของผับ เป็นเวลา 5 ปี 4 เดือน พร้อมปรับ 133,000 บาท จำเลยที่ 2 นางอนงค์นาถ ปั้นประสงค์ (ภรรยานายพงศ์ศิริ) จำคุก 10 ปี 10 เดือน ปรับ 266,000 บาท จำเลยที่ 3 นายสมยศ ปั้นประสงค์ (บิดาของนายพงศ์ศิริ) จำคุก 10 ปี 10 เดือน ปรับ 266,000 บาท และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นช่างไฟฟ้า จำคุก 5 ปี 1 เดือน ปรับ 125,000 บาท

ขณะที่ค่าเสียหายที่ศาลกำหนดให้ชดใช้แก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตแตกต่างกันไป โดยผู้เสียหายที่ผู้ร้องดูแลได้รับคำพิพากษาให้ชดใช้ตั้งแต่กว่า 2 ล้านบาทถึงกว่า 5 ล้านบาทต่อราย

สัตหีบนิวส์รายงานต่อไปว่าทั้งหมดได้รับการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ตามสิทธิ์ทางกฎหมาย ขณะนี้คดียังไม่เป็นที่สิ้นสุด