สู้วิกฤตเอไอแย่งงาน พบกับทีมช่างหญิงล้วนที่กำลังได้รับความนิยมในจีน

ที่มาของภาพ, Provided/BBC
- Author, ซิลเวีย ชาง
- Role, บีบีซี แผนกภาษาจีน
- Reporting from, ฮ่องกง
- Published
- เวลาอ่าน: 8 นาที
เมื่อปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ถาโถมเข้าสู่แวดวงเทคโนโลยีจนทำให้งานโปรแกรมเมอร์ที่ อลิซ หวง เคยทำอยู่หมดความจำเป็นไป หญิงชาวจีนคนนี้ได้หันมาตั้งตัวด้วยทางเลือกอาชีพในสายงานแอนะล็อกแทน เธอเปลี่ยนจากการใช้คีย์บอร์ดมาจับเครื่องมือช่าง และเปิดตัวบริการซ่อมแซมบ้านที่ใช้ทีมงานหญิงล้วนในชื่อ "ทีมช่างหญิงล้วนเฉียงเฉียง (Qiangqiang Women Workers) เมื่อเดือน พ.ค.
แทนที่จะต้องเดินทางไปทำงานที่นิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเธอใช้เวลาถึง 15 ปีในการไต่เต้าจนขึ้นมาอยู่ในระดับบริหาร ขณะนี้หวงต้องฝ่าอากาศที่ร้อนอบอ้าวและชื้นแฉะ พร้อมกับแบกกล่องเครื่องมือตระเวนไปตามห้องพักต่าง ๆ ในชุดหมีที่เลอะไปด้วยฝุ่น
"ฉันเคยจินตนาการมาตลอดว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมเทคจนกว่าจะเกษียณอายุ แต่เมื่อมีการเลิกจ้าง มันรู้สึกเหมือนกับว่ามีถังน้ำเย็นจัดราดมาที่ตัวฉัน" เธอกล่าวกับบีบีซี แผนกภาษาจีน
การเปลี่ยนสายอาชีพของเธอสร้างความงุนงงให้กับญาติผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นคนรุ่นที่สร้างจีนให้กลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจด้วยึวามตรากตรำและหยาดเหงื่อ พวกเขามักสอนให้เธอตั้งใจเรียนหนังสือ เพื่อจะได้หลุดพ้นจากวิถีชีวิตที่ต้องทำงานหนักด้วยการใช้แรงงาน
ทว่า หญิงวัยราว 40 ปีและเรียนจบมหาวิทยาลัยผู้นี้ พบว่าทั้งตัวเธอเองและเพื่อนร่วมงานจำนวนมากต่างถูกคัดออกจากการทำงาน อันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของเอไอ
ซิตีแบงก์ (Citibank) ประเมินว่าในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ตำแหน่งงานทั้งหมดในประเทศจีนซึ่งมีอยู่ราว 70 ล้านตำแหน่ง กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางจากการถูกเอไอมาแทนที่
ในวงการเทคโนโลยีทั่วโลก ผู้หญิงถือเป็นส่วนน้อยของคนที่ทำงานในแวดวงนี้ แต่จากข้อมูลของวูเมนเทค เน็ตเวิร์ก (WomenTech Network) ระบุว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะถูกเลิกจ้างมากกว่าผู้ชายถึง 1.6 เท่า อันเนื่องมาจาก "การมีสัดส่วนที่น้อยในตำแหน่งระดับสูง" และ "การดำรงตำแหน่งที่อาจไม่ใช่สายงานด้านเทคนิค"

ที่มาของภาพ, Provided
ราวกับเกิดเพียงชั่วข้ามคืน แผนกงานต่าง ๆ ทั้งแผนกหายวับไปเมื่อเอไอสามารถทำงานที่เคยต้องใช้คนจากหลายทีมทำได้เสร็จภายในเวลาแค่ไม่กี่วินาที
"ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมันรวดเร็วมาก และการปรับโครงสร้างองค์กรก็เกิดขึ้นทุกที่ บางครั้งคุณก็แค่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินออกมา" หวงกล่าว
หลังจากสำรวจทางเลือกต่าง ๆ เพื่อมองหางานที่เอไอยังสู้ไม่ได้ หวงจึงตัดสินใจกลับไปทำอาชีพที่ใช้ทักษะช่างซึ่งครอบครัวของเธอทำมา นั่นคืองานก่อสร้างและการซ่อมแซมบ้าน
"ฉันคิดว่าตัวเองน่าจะทำสำเร็จได้ เพราะเห็นพวกเขางานมาตลอดทั้งชีวิต ฉันเข้าใจทุกขั้นตอนของสิ่งที่พวกเขาทำ" หญิงชาวจีนกล่าว

ที่มาของภาพ, Provided
เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยผู้หญิงโสด
หวงไม่ได้เป็นคนเดียวที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญนี้ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ผู้หญิงในเมืองต่าง ๆ อย่างนครเซี่ยงไฮ้ เมืองเสิ่นเจิ้น และเมืองซูโจว ต่างหันหลังให้กับงานออฟฟิศเพื่อมาประกอบอาชีพรับจ้างล้างเครื่องปรับอากาศ เปลี่ยนอุปกรณ์สุขภัณฑ์ ขูดลอกสีผนังเก่า และปูกระเบื้องห้องน้ำใหม่
"มีคนหนึ่งเป็นครูสอนดนตรี คนอื่น ๆ มีงานทำในสำนักงาน บางคนก็ทำงานในวงการสื่อ" หลิว เมิ่งหยวน กล่าวถึงเพื่อนร่วมทีมช่างของเธอที่รวมตัวเป็นทีมช่างในชื่อ เจิ้นจิ วูเมน เวิร์กเกอร์ส (Zhenji Women Workers) ในเมืองเสิ่นเจิ้น
หลังจากหลิวทำงานในวงการสื่อสารโทรคมนาคมมาเป็นเวลาเกือบสิบปี เธอออกจากงานเมื่อปี 2023 "เพื่อเรียนรู้ทักษะงานที่ใช้ได้จริง"
"การมีทักษะช่างติดตัว ทำให้ฉันสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ และฉันก็หวังว่าจะได้ช่วยเหลือผู้หญิงคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน" หลิวกล่าว
ในอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วย "ช่างผู้ชาย" บรรดาช่างซ่อมผู้หญิงกลับพบว่าบริการของพวกเธอเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นั่นคือกลุ่มหญิงโสด หลิวประเมินว่าลูกค้า 98% ของเธอเป็นผู้หญิง โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่อาศัยอยู่คนเดียวหรือไม่ก็เช่าอะพาร์ตเมนต์ร่วมกับเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
เวลาลูกค้าผู้หญิงมองหาบริการซ่อมแซมบ้าน พวกเธอก็ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยเรื่องค่าจ้างก่อน
"เกือบทุกคนเลยถามว่า 'จะมีช่างผู้หญิงเข้ามาซ่อมให้ไหม' พวกเธอต้องการการคำยืนยันว่าจะต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น" หลิวเล่า "ความปลอดภัยเป็นความกังวลอันดับแรก เราเข้าใจเรื่องนั้นดี"

ที่มาของภาพ, Provided
จำนวนประชากรโสดของจีนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 240 ล้านคนหรือคิดเป็น 17% ของประชากรทั้งประเทศ ตามข้อมูลของทางการจีนเมื่อปี 2021 ขณะเดียวกันงานวิจัยของฐานข้อมูลการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ชื่อว่า เป่ยเคอ (Beike) ก็คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ครัวเรือนประมาณ 30% จะเป็นครัวเรือนที่มีผู้อยู่อาศัยเพียงคนเดียว
ความเปลี่ยนแปลงนี้บางส่วนเกิดจากการที่ผู้คนมีการศึกษาสูงขึ้น ผู้หญิงที่อยู่ในเมืองมักจะชะลอการแต่งงานออกไป แม้ในตอนแรกจะถูกตราหน้าว่าเป็น "เชิง-หนู " (sheng nu) หรือผู้หญิงที่ขายไม่ออก แต่ผู้หญิงจำนวนมากกลับเลือกที่จะครองตัวเป็นโสด โดยไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากทั้งสังคมและรัฐที่คาดหวังให้พวกเธอมีคู่และมีลูก
ฐานผู้บริโภคที่ขยายตัวขึ้นได้ผลักดันให้เกิดบริการหลากหลายรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองลูกค้าแต่ละเพศ โดยผู้หญิงจำนวนมากที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจได้ก้าวเข้าสู่อาชีพที่แต่เดิมเป็นของผู้ชายเสียส่วนใหญ่ เช่น บริการเรียกรถ ส่งอาหาร และในช่วงหลังยังรวมถึงงานปรับปรุงและตกแต่งบ้านด้วย
โจว หยุน นักวิชาการด้านสังคมวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านจีนจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน กล่าวว่า แม้ว่าระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มผู้หญิงโสดจะช่วยสร้างพลังและการสนับสนุนซึ่งกันและกันได้ แต่สิ่งนี้ก็มีรากฐานมาจากความไม่มั่นคงทางสังคมที่หยั่งรากลึกยิ่งกว่านั้น

ที่มาของภาพ, Provided
ลูกค้าคนหนึ่งที่ใช้บริการทีมช่างหญิงล้วนในเมืองซูโจวบอกกับบีบีซีว่า เธอชอบใช้ช่างเทคนิคที่เป็นผู้หญิงมากกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าทำให้เธอรู้สึกสบายใจ
"ตอนที่พวกเธอทำงานอยู่ในห้องนอน ฉันสามารถมั่นใจที่จะจดจ่อไปกับงานที่กำลังทำในห้องนั่งเล่นได้" เธอกล่าว
เธอยังสังเกตด้วยว่าทีมช่างผู้หญิงหมั่นหาวัสดุมาคลุมเฟอร์นิเจอร์ของเธอเพื่อป้องกันไม่ให้สกปรก และจัดวางสิ่งต่าง ๆ ให้เข้าที่เหมือนเดิมหลังจากจบงาน รวมถึงทำความสะอาดพื้นด้วย
"สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ว่าหลอดไฟมันถูกซ่อมแล้ว แต่ฉันไม่รู้สึกอีกต่อไปแล้วว่ากำลังถูกปฏิบัติแบบขอไปที" เธอกล่าว

ที่มาของภาพ, Provided
เหยียดเพศ ตีตรา และเหมารวม
ทันทีที่หวงเปิดตัวบริการรับซ่อมบ้าน เธอต้องประหลาดใจอย่างมากกับทั้งงานที่เข้ามาจำนวนมากและประเภทงานที่หลากหลายมากที่ได้รับการร้องขอจากลูกค้า
"ลูกค้าอาจจะบอกว่า 'ฉันกำลังจะไปทำงานต่างจังหวัด ฉันมีแมวหนึ่งตัวที่บ้าน คุณให้ทีมงานผู้หญิงสักคนหนึ่งมาช่วยดูแลมันได้ไหม ?' หรือไม่ก็ 'แม่ฉันเป็นคนสูงอายุ ฉันยุ่งกับงานมาก และรู้สึกไม่สบายใจที่จะปล่อยให้เธออยู่บ้านคนเดียว คุณช่วยมาดูแลให้ฉันหน่อยได้ไหม ?'" หวงเล่า
"เรารู้ซึ้งตอนนั้นเลยว่าช่างผู้หญิงล้วนสามารถช่วยเหลืองานลูกค้าได้หลายเรื่องยิ่งกว่าที่เราเคยคิดไว้เสียอีก"
แม้ว่าสมาชิกของทีมช่างซ่อมหญิงล้วนอาจเริ่มต้นจากการมองหาโอกาสสร้างรายได้โดยใช้ทักษะช่างที่พวกเธอมี แต่หลายคนกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของการทำภารกิจซึ่งเกิดขึ้นจากความไว้วางใจและความสัมพันธ์อันดีที่พวกเธอสร้างขึ้นกับลูกค้าที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน
อย่างไรก็ดี พวกเธอยังต้องพยายามมากกว่าปกติเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง ขณะที่ต้องเผชิญกับการเหยียดเพศ การตีตราทางสังคม และการเหมารวม
"บรรดาช่างผู้ชายที่มีฝีมือชั้นยอดปฏิเสธที่จะรับผู้หญิงเข้าเป็นลูกมือเพราะกังขาในขีดความสามารถและความมุ่งมั่นที่มีต่ออาชีพนี้ ดังนั้นช่างผู้หญิงจำนวนมากก็ฝึกฝนเรียนรู้เอาเอง"
อย่างเช่นในงานล้างเครื่องปรับอากาศครั้งหนึ่ง ช่างผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จำนวน 2 คนของทีมเจิ้นจิ วูเมน เวิร์กเกอร์ส ต้องใช้เวลาถอดแยกชิ้นส่วนแอร์นานกว่าปกติ ตอนนั้นพ่อแม่ของลูกค้าเริ่มพูดบ่นว่า "พวกเธอรู้ไหมว่ามันทำยังไง ? พวกเธอเป็นช่างมืออาชีพจริง ๆ หรือเปล่า ?"
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หลังจากล้างแอร์เสร็จแล้ว ความคิดของครอบครัวลูกค้าคนนั้นก็เปลี่ยนไป พ่อที่สูงวัยกระทั่งออกปากชมฝีมือของพวกเธอ "ช่างผู้หญิงล้างสะอาดกว่า รอบหน้าผมจะใช้บริการพวกคุณอีก"

ที่มาของภาพ, Provided
หลิวรู้สึกคิดหนักมากว่าพ่อแม่ที่สูงอายุของเธอจะคิดอย่างไรกับการเปลี่ยนมาทำอาชีพนี้ เธอจึงรออยู่หลายเดือนกว่าที่จะบอกพวกเขา
"ตอนแรกพวกท่านรู้สึกเสียใจ พวกท่านคิดว่ามันเป็นงานที่หนัก และต้องทำงานยาวนานเป็นวันกลางแดด อีกทั้งยังต้องแบกอุปกรณ์ขนไปมาทั่วเสิ่นเจิ้น" เธอกล่าว
"แต่เมื่อเวลาผ่านไปพวกท่านเห็นว่างานนี้มีผลตอบรับดีจากลูกค้า และสังเกตเห็นว่าแม้ว่างานจะเหนื่อยกาย แต่สภาพจิตใจของฉันมีแต่ดีขึ้นเรื่อย ๆ" หลิวกล่าว
อย่างไรก็ดี พ่อแม่ของหลิวยังคงมองว่างานในสำนักงานนั้นเป็นที่ "น่านับหน้าถือตากว่า" แต่ในขณะที่ธุรกิจของเธอมีชื่อเสียงขึ้นมาได้และได้ช่วยเหลือผู้หญิงคนอื่น ๆ มุมมองของพวกเขาก็เปลี่ยนไป"
"แม่ของฉันสนับสนุนฉันมากเลยตอนนี้" เธอกล่าว
"บางครั้งเธอก็มาช่วยงานฉันด้วย ถ้าฉันมีงานล้างแอร์ เธอจะอยู่ข้างล่างและคอยส่งเครื่องมือให้ฉัน"
รายงานเพิ่มเติมโดย เลย์นี บาร์รอน ภาพปกโดย พาร์ธ พานด์ยา





























