You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
"ยิ่งเรารดน้ำ ใบก็ยิ่งร่วง" สำรวจผลกระทบอากาศร้อนจัด ทำอัญชันไทยผลผลิตลด 65%
- Author, วศินี พบูประภาพ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- เวลาอ่าน: 8 นาที
ท่ามกลางกระแสการดื่มชาเขียวบดละเอียดหรือมัตจะ (matcha) เครื่องดื่มสีฟ้าหรือบลูมัตจะก็เริ่มถูกขึ้นป้ายแนะนำในคาเฟ่หลายแห่งทั่วโลก แต่สีฟ้านี้มีที่มาจากอะไร ?
ปัจจุบันสีผสมอาหารที่ให้สีฟ้าจากสารสกัดธรรมชาติที่องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) อนุมัติให้ใช้ได้มีที่มาจากอย่างน้อย 4 แหล่ง โดยหนึ่งในนั้นคือสีน้ำเงินจากดอกอัญชันซึ่งไทยกำลังครองตลาดการส่งออก
"พอคนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น สีน้ำเงินธรรมชาติจะเป็นสีที่หาได้ยาก อัญชันก็เลยได้รับความนิยมมาก" ปรียาพร ประกอบดี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัท เนเชอรัล บลู จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจสีสกัดจากอัญชันให้ข้อมูลบีบีซีไทยทางโทรศัพท์
ทั้งนี้ แหล่งสีฟ้าธรรมชาติอื่น ๆ ได้จากสกัดจากสาหร่ายขนาดเล็ก ผลการ์ดิเนีย และสาหร่ายสไปรูลินา
ดร.ฐานิดา ศรีหาวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภนิจ ออร์แกนิค จำกัด ซึ่งส่งออกดอกอัญชันแห้งเกรดพรีเมียม กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกอัญชันที่ใหญ่และมีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แม้จะมีคู่แข่งอย่างฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนามก็ตาม ซึ่งสอดคล้องกับปรียาพรที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกหลัก
ดร.ฐานิดา ยังกล่าวด้วยว่าปัจจุบันตลาดนี้มีมูลค่าประเมินสูงกว่า 100 ล้านบาท
ทว่าในช่วงฤดูแล้งตลอดเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา สภาพอากาศร้อนจัดทะลุ 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้วัตถุดิบอัญชันอินทรีย์เกรดพรีเมียมซึ่งใช้ในการส่งออกหายไปจากระบบถึง 65% ตามข้อมูลของบริษัท ศุภนิจ ออร์แกนิค จำกัด
บีบีซีไทยสำรวจสถานการณ์การผลิตดอกอัญชันจากเกษตรกรไทย ซึ่งมีแหล่งปลูกเพื่อการส่งออกที่จังหวัดมหาสารคาม รวมถึงบริษัทผู้ส่งออก ตลอดจนสถานการณ์การเพาะปลูกและผลกระทบจากสภาพอากาศ
ผลผลิตลดลง "จากสามตะกร้าเหลือเพียงครึ่งตะกร้า"
บีบีซีไทยลงพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรที่ปลูกดอกอัญชันออร์แกนิก ที่บ้านธาราทิพย์ ต.เสือโก้ก อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เมื่อปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เกษตรกรกลุ่มนี้มีสมาชิกราว 50 คน รวมพื้นที่ปลูกดอกอัญชัน 20 ไร่
เกษตรกรส่วนใหญ่ทำนา-ปลูกพืชไร่ รับจ้างทั่วไป และปลูกดอกอัญชันเป็นรายได้เสริมเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว การปลูกอัญชันของเกษตรกรกลุ่มนี้เริ่มจากการเข้าร่วมโครงการวิจัยของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในเวลาต่อมากลุ่มได้ติดต่อเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอเพื่อขอพันธุ์อัญชันต้นกำเนิดชื่อพันธุ์ว่า เทพรัตน์ไพลิน 63 จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรซึ่งมีศูนย์กลางการวิจัยอยู่ที่ จ.พิจิตร นำมาแจกจ่ายกระจายให้คนในชุมชนปลูก
สวนในชุมชนแห่งนี้ได้รับการประเมินตามมาตรฐานออร์แกนิกจากหน่วยงานควบคุมคุณภาพทุกปี ทั้งมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ประเทศไทย (Organic Thailand) และมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ประเทสสหรัฐอเมริกา (USDA Organic)
สายสิน เกตุคำขวา ผู้ใหญ่บ้านและหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกอัญชันในพื้นที่ดังกล่าวเล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากิจวัตรประจำวันของเขาเริ่มต้นในเวลา 07.00 น. สำรวจความเรียบร้อยของสวนอัญชัน รดน้ำ และเก็บดอกอัญชันในสวนให้เสร็จสิ้นก่อนเวลา 12.00 น. เพื่อนำไปตากให้เรียบร้อย เมื่อเสร็จภารกิจนี้แล้วจึงจะเริ่มทำกิจวัตรอย่างอื่นต่อหลังช่วงเช้าของวัน
ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่สภาพอากาศปกติ สวนอัญชันขนาด 2 งานที่ปลูกต้นอัญชันเป็นแนวจำนวน 6 แถว แถวละ 30 ต้น สามารถให้ผลผลิตดอกสดได้ถึง 3 ตะกร้า หรือประมาณ 1.5 กิโลกรัมต่อวัน
เมื่อนำดอกอัญชันมาตากแห้งจะได้ดอกตากแห้งที่มีน้ำหนัก 7 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ คิดเป็นรายได้รวม 2,000 บาท แต่เมื่อเข้าสู่เดือน มี.ค. ถึง เม.ย. ที่สภาพอากาศร้อนจัด ผลผลิตกลับลดลงเหลือเพียงครึ่งตะกร้าเท่านั้น
"แต่ก่อนเราเคยเก็บได้ 2 ตะกร้าหรือ 3 ตะกร้า นะครับ ตะกร้าหนึ่งก็ประมาณเกือบโลนั่นล่ะครับ... ก็ลดเหลืออยู่ประมาณครึ่งตะกร้า อันนี้คือผลกระทบ" สายสินบอกกับบีบีซีไทย
ต้นอัญชันเครียดจากภาวะอากาศร้อนจัด
ข้อมูลอุณหภูมิของ จ.มหาสารคาม ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปี (ปี 2524-2553) อยู่ที่ประมาณ 29.25 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยเฉพาะของเดือน เม.ย. ในช่วงปีเดียวกัน อยู่ที่ 36.4 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้อุณหภูมิในพื้นที่ร้อนกว่าค่าเฉลี่ยเดิมอย่างมาก
ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า อุณหภูมิใน จ.มหาสารคาม ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. ของปีนี้ มีค่าเฉลี่ยสูงถึง 37.15 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดวัดได้ถึง 41.7 องศาเซลเซียส ที่สถานีอุตุนิยมวิทยาสหสารคาม (โกสุมพิสัย) เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2569
"ปลูกดอกอัญชันมานี่ มีปีนี่ ร้อนจริง ๆ... [ตั้งแต่] เริ่มทำมานี้มีปีนี้ครับที่ร้อนมาก" สายสินกล่าว
แม้สวนของเขาจะมีแหล่งน้ำบาดาล แต่ปัญหาความร้อนที่แผดเผายังคงส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นอัญชันแม้จะรดน้ำอย่างเพียงพอ
แม้เกษตรกรผู้นี้จะรดน้ำทดแทนอย่างเต็มที่ในตอนเช้า แต่เมื่อเผชิญกับแสงแดดจัดในช่วงกลางวัน ยอดอัญชันก็ไม่แตกใบ ซ้ำร้ายใบยังเหี่ยวเฉาและร่วงหล่น ยิ่งรดน้ำ ใบก็ยิ่งร่วง
"ถึงเรารดน้ำ ยอดก็ไม่ขึ้น ใบก็ไม่แตก รดไว้แล้วช่วงกลางวันแดดร้อน ๆ นี่ ตัวนี่จะเหี่ยว แล้วก็ใบร่วง ยิ่งเรารดน้ำก็ยิ่งร่วง"
นอกจากนี้ จากการสังเกตการณ์ของเขา ความร้อนยังทำลายกระบวนการบานของดอกอัญชันโดยตรง เมื่อแดดร้อนจัด ดอกอัญชันจะหุบตัวและไม่ยอมบานเต็มที่
เกษร แช่มชื่น นักวิชาการเกษตร จ.พิจิตร สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2 กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอัญชันพันธุ์เทพรัตน์ไพลิน 63 อธิบายกับบีบีซีไทยว่า อัญชันเป็นพืชตระกูลถั่วแบบล้มลุกที่เติบโตได้ดีในอากาศร้อนและทนแล้งได้ระดับหนึ่ง โดยสายพันธุ์เทพรัตน์ไพลิน 63 นั้นพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความไม่สม่ำเสมอของผลผลิตในขั้นต้นแล้ว แต่เมื่อพืชต้องเผชิญกับภาวะขาดน้ำหรืออุณหภูมิที่สูงเกินไปอย่างต่อเนื่อง พืชจะเกิดความเครียด
นักวิชาการเกษตรผู้นี้อธิบายว่า เมื่อต้นอัญชันเกิดความเครียด กระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชจะลดลง พืชจะปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอดโดยเลือกนำพลังงานที่มีอยู่ไปเลี้ยงลำต้นและรากเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะนำพลังงานไปสร้างดอก กลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาตินี้เองที่ส่งผลให้ปริมาณดอกอัญชันลดลงอย่างรุนแรง และอาจน้ำหนักและมีสีที่ซีดลงส่งผลกระทบต่อปริมาณสารให้สีม่วงอย่างสารแอนโทไซยานินน
"ที่แปลงที่ศูนย์ [การวิจัยที่พิจิตร] ก็เจอปัญหาเหมือนกันปีนี้ ช่วง เม.ย. ที่ผ่านมา คือปริมาณดอกน้อยลงมากแล้วก็ขนาดดอกเล็กลง"
ดอกอัญชันออร์แกนิกตากแห้งที่จะถูกส่งออกจะถูกคัดเกรดเพื่อกำหนดราคา โดยดอกอัญชันตากแห้งเกรดเอจะถูกจัดทรงให้มีรูปจีบสวยงามแผ่ออกเป็น "ทรงใบพัด" หากได้คุณภาพตามนี้จะขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 340 บาท
ขณะที่ดอกอัญชันออร์แกนิกแห้งเกรดรอง มักเป็นดอกอัญชันที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ดอกหุบเหี่ยว ไม่ค่อยบาน เมื่อนำมาตากแห้งก็จะไม่ได้ทรงใบพัดตามที่ต้องการ และสีอาจจะซีดจางลง อัญชันที่ตกเกรดเหล่านี้จะมีราคาลดหลั่นลงมาอยู่ที่ 280 บาท, 260 บาท หรือต่ำสุดที่ 200 บาทต่อกิโลกรัม
แม้คุณภาพของดอกจะไม่เต็มศักยภาพ อย่างไรก็ดี สายสินกล่าวว่าเกษตรกรจำเป็นต้องเก็บดอกที่หุบและมีขนาดเล็กลงเหล่านั้นทุก ๆ เช้า
"ต้องเก็บวันต่อวัน เขาจะรู้เลยถ้าเราเอาดอกที่ข้ามวันไปตาก" เกษตรกร จ.มหาสารคามระบุ "ทางโรงงานเขาก็จะรู้ คณะกรรมการดูก็รู้เลยว่าดอกมันไม่ได้ เขาก็จะลดเกรดลงมาอีก"
ในด้านรายได้และเศรษฐกิจครัวเรือน ผลผลิตแบบแห้งของสายสินเคยทำได้ไม่ต่ำกว่า 7 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ สร้างรายได้กว่า 2,000 บาท ปัจจุบันผลผลิตหดหายไปครึ่งต่อครึ่ง เหลือเพียง 2.5 ถึง 3 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ทำให้รายได้ลดลงมาเหลือไม่ถึง 1,000 บาทต่อสัปดาห์
เกษตรกรมหาสารคาม ห่วงโซ่อุปทานระดับกลาง
ผู้ใหญ่บ้านสายสินเล่าว่ากลุ่มเกษตรกรในชุมชนมีการจัดการภายในอย่างเป็นระบบ โดยมีคณะกรรมการหรือฝ่ายการตลาดจากโรงงานคอยรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกทุก ๆ วันพุธ (หรืออย่างช้าไม่เกินวันจันทร์) เมื่อรวบรวมเสร็จแล้วก็จะนำมาแพ็กเพื่อจัดส่งไปให้โรงงาน
เดิมนั้นกลุ่มเกษตรกรทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับโรงงานว่าจะส่งผลผลิตแห้งได้ 200 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ แต่สภาพผลผลิตที่ลดลงทำให้เดือนที่ผ่านมา กลุ่มเกษตรกรไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามที่ตกลง โดยผลผลิตที่ส่งขายลดลงเหลือเพียง 100 กว่ากิโลกรัมต่อสัปดาห์เท่านั้น
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับข้อมูลจาก กนกวรรณ แก้วพา คนในพื้นที่ที่ผันตัวมาเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดหาวัตถุดิบสมุนไพรอินทรีย์ให้บริษัท ศุภนิจ ออร์แกนิค จำกัด และผู้ส่งเสริมการขยายพื้นที่ปลูก โดยกนกวรรณบอกว่าหน้าแล้งปีนี้ทำให้ผลผลิตอัญชันในพื้นที่ของเธอลดลงเกือบ 75%
"จากเดิมที่กลุ่มเกษตรกร 50 คนในพื้นที่ 20 ไร่ เคยส่งผลผลิตได้ประมาณ 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัมต่อเดือน ปัจจุบันเหลือเพียง 250 กิโลกรัมเท่านั้น" กนกวรรณกล่าว พร้อมระบุว่า ปัญหาด้านสภาพแวดล้อมที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ทำให้ทั้งโรงงานและกลุ่มเกษตรกรไม่สามารถบังคับหรือเอาผิดได้ หากไม่สามารถส่งผลผลิตได้ตามเป้าหมาย
อย่างไรก็ดี เธอมองว่าสภาพอากาศที่ควบคุมไม่ได้นี้อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมพืชอัญชันออร์แกนิก
เธอระบุว่าในช่วงปีแรก ๆ เกษตรกรยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเปรียบเทียบปริมาณผลผลิตมากนัก เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกเพียงไม่กี่แปลงและดำเนินการภายใต้โครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่มีตลาดรองรับให้เกษตรกรอยู่แล้ว กระทั่งระยะหลังเมื่อชุมชนเริ่มทำงานร่วมกับบริษัทส่งออกและขยายพื้นที่เพาะปลูก จึงต้องคำนึงถึงปริมาณผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากขึ้น
"ตอนนี้คือทุกฝ่ายต้องมีแรงกดดันเพราะว่าทางบริษัทเขาได้ยอดมา เขาก็มีความคาดหวังกับเกษตรกร" เธออธิบายความรู้สึกแต่ละฝ่าย "แต่ด้วยความสภาพอากาศที่มันไม่เหมาะสม มันก็ทำให้ไม่ได้ [ผลผลิตตามที่คาดหวัง] ที่จริงเราก็อยากได้เยอะ เกษตรกรก็อยากได้เยอะ" กนกวรรณ ผู้จัดหาผลผลิตอัญชันจากบริษัทส่งออกกล่าวกับบีบีซีไทย
สภาพอากาศกับผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อการส่งออกอัญชันไทย
จากข้อมูลของผู้ส่งออกสองรายซึ่งบีบีซีไทยได้สัมภาษณ์ ที่ปลายน้ำของห่วงโซ่อุปทาน วัตถุดิบอัญชันเหล่านี้จะถูกส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน อิตาลี อิสราเอล และมาเลเซีย ลูกค้าหลักแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่นำไปทำชาหรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และกลุ่มอุตสาหกรรมสารสกัดที่นำไปทำสีผสมอาหารธรรมชาติ
ดร.ฐานิดา กรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภนิจ ออร์แกนิค จำกัด ซึ่งส่งออกสินค้าอัญชันเกรดพรีเมียมมาตรฐานอินทรีย์ (USDA) โดยเฉพาะ เปิดเผยว่า ความต้องการอัญชันเกรดนี้ในตลาดโลกอยู่ที่ประมาณ 40 ตันต่อปี ในปริมาณนี้ยังไม่รวมความต้องการจากประเทศจีนซึ่งยังมีความผันผวน
อย่างไรก็ดี ดร.ฐานิดา ซึ่งมีภูมิหลังเป็นนักวิจัยการเกษตรกล่าวว่า ด้วยข้อจำกัดทางสภาพอากาศและพื้นที่ปลูกที่ไม่สามารถทำเป็นไร่ขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรมได้เหมือนอ้อยหรือมันสำปะหลัง เนื่องจากต้องใช้แรงงานคนเก็บเกี่ยวอย่างประณีต บริษัทจึงสามารถส่งออกอัญชันได้เพียง 1-2 ตันต่อเดือนเท่านั้น
เมื่อผลผลิตลดลงเหลือ 35% ผู้ประกอบการส่งออกรายนี้จึงเผชิญกับสภาวะ "ของไม่พอขาย" สิ่งที่ตามมาคือการต้องเจรจาเลื่อนกำหนดการส่งมอบสินค้ากับลูกค้าในต่างประเทศออกไป จากเดิมที่ต้องส่งมอบใน 1 เดือน อาจต้องเลื่อนเป็น 2 เดือน
"อัญชันเราส่งไปญี่ปุ่น ส่งไปอเมริกา ส่งไปไต้หวัน ส่งไปอิตาลี ส่งไปอิสราเอล ส่งไปมาเลเซีย... ลูกค้าต้องการเยอะ แต่เรามีไม่พอเท่านั้นเองค่ะ มันยังไม่เพียงพอต่อตลาด" ดร.ฐานิดา กล่าว
ในขณะเดียวกัน ปรียาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทบริษัท เนเชอรัล บลู จำกัดซึ่งแปรรูปอัญชันเป็นสีผสมอาหารส่งออกไปยังบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมสีผสมอาหารธรรมชาตินี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันในประเทศจีนก็มีการนำสารสกัดอัญชันไปทำสีฟ้าในเครื่องดื่มที่กำลังเป็นที่นิยมอย่าง "บลูมัตจะ"
เธอมองว่าตลาดอัญชันยังมีศักยภาพในการขยายตัวได้อีก อย่างไรก็ดี ยังมีข้อท้าทายทางธรรมชาติหลายเรื่อง นอกจากเรื่องผลผลิตขาดช่วงในฤดูแล้งแล้ว ในหน้าฝนก็มีปัญหา เช่น การระบาดของโรครากเน่า ซึ่งสามารถทำลายแปลงปลูกให้ตายยกร่องได้ภายในหนึ่งสัปดาห์
ขณะที่เกษร นักวิชาการจากกรมวิชาการเกษตร ชี้ว่าเนื่องจากความผันผวนของตลาดและความคุ้มทุนในการลงทุนเพื่อวิจัยในปัจจุบัน งานวิจัยเกี่ยวกับอัญชันในปัจจุบันจึงเน้นไปที่การวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้คุ้มค่า เช่น นวัตกรรมการสกัดและการแปรรูป เป็นต้น