รู้จัก 'อับดุล เอล-ซาเยด' ชายผู้ที่อาจกลายเป็น สว. มุสลิม คนแรกของสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เฟอร์นานโด ดูอาร์เต
- Role, บีบีซี เวิล์ด เซอร์วิส
- Published
- เวลาอ่าน: 6 นาที
การเลือกตั้งกลางเทอม (midterm elections) ของสหรัฐอเมริกา ที่จัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 3 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น จะเป็นตัวตัดสินว่าพรรคการเมืองใดจะขึ้นมาครองสภาคองเกรสตลอดวาระประธานาธิบดีที่เหลืออยู่ของโดนัลด์ ทรัมป์ ทว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจกลายเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญเพราะเหตุผลประการอื่น ในรัฐมิชิแกน ผลโพลสำนักต่าง ๆ สะท้อนว่าผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตอย่าง อับดุล เอล-ซาเยด อาจกลายเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มุสลิมคนแรกของประเทศ
เอล-ซาเยด ซึ่งเป็นแพทย์และไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาก่อน กำลังอยู่ในศูนย์กลางของหนึ่งในการแข่งขันหาเสียงเลือกตั้งที่แบ่งขั้วทางการเมืองรุนแรงที่สุด
บรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง หลังจากที่ เฮลีย์ สตีเวนส์ เพื่อนร่วมพรรคเดโมแครตของเอล-ซาเยด ซึ่งเขาเพิ่งเอาชนะมาได้อย่างฉิวเฉียดในการชิงตัวเป็นผู้สมัครของพรรค กลับประกาศสนับสนุน ไมค์ โรเจอร์ส ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. เอล-ซาเยดตอบโต้เรื่องดังกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า "นี่คือรัฐที่มีประชากร 10 ล้านคน ซึ่งสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้จากรัฐบาลของพวกเขา ผมให้ความสำคัญกับคนอีก 9,999,998 คน ที่ไม่ใช่สองคนที่พวกคุณกำลังพูดถึงมากกว่า"
เอล-ซาเยด เกิดในปี 1984 ที่เมืองโรเชสเตอร์ฮิลส์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชานเมืองดีทรอยต์ ชายผู้นี้เติบโตขึ้นภายใต้การเลี้ยงดูของบิดาและแม่เลี้ยงของเขาอย่าง แจ็กเกอลีน จอห์นสัน หลังจากบิดามารดาหย่าร้างกันเมื่อเขาอายุได้สามขวบ เขาศึกษาด้านการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนและมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และเชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา
การได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารของกรมสาธารณสุขเมืองดีทรอยต์ในปี 2015 ทำให้เขากลายเป็นข่าวระดับประเทศ และสามปีต่อมา เอล-ซาเยด ก็ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐมิชิแกน เขาได้รับเลือกเป็นอันดับสองในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครต พ่ายแพ้ให้แก่เกรตเชน วิตเมอร์ ด้วยคะแนนที่กันห่างกว่า 20 จุดร้อยละ (percentage points) ซึ่งต่อมาวิตเมอร์ก็ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการรัฐถึงสองสมัยติดต่อกัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
วิตเมอร์สนับสนุน เฮลีย์ สตีเวนส์ ในการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อคัดเลือกผู้สมัครชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ของพรรคเดโมแครตในปี 2026 แต่หลังจากเอล-ซาเยดได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคแล้ว เธอก็ออกมาสนับสนุนการหาเสียงของเขาอย่างเปิดเผย
เขาได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการเมืองสายก้าวหน้า เช่น วุฒิสมาชิก เบอร์นี แซนเดอร์ส และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ แม้แต่เดโมแครตสายกลาง รวมถึงอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัก โอบามา ก็ให้การสนับสนุนการหาเสียงของเขาเช่นกัน เนื่องจากการคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งที่รัฐมิชิแกนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อแผนของพรรคในการกลับมาครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ
เอล-ซาเยดหาเสียงด้วยจุดยืนทางการเมืองฝ่ายซ้าย โดยเน้นการวิจารณ์ไปที่ความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐฯ ที่มอบให้อิสราเอล ควบคู่ไปกับนโยบายต่าง ๆ เช่น การจัดเก็บภาษีมหาเศรษฐีเพื่อนำเงินมาสนับสนุนระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ในการปราศรัยหาเสียงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา เขากล่าวกับผู้สนับสนุนว่า "มันไม่ควรจะเป็นเรื่องยากขนาดนี้ในการจ่ายภาษีของคุณ แล้วมั่นใจได้ว่าเงินนั้นจะถูกนำไปใช้เพื่อคุณและลูก ๆ ของคุณ แทนที่จะถูกนำไปใช้ทิ้งระเบิดใส่คนอื่นและลูก ๆ ของพวกเขา"
นอกจากนี้ เขายังเรียกปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา หลังการโจมตีที่นำโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ว่าเป็น "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่อิสราเอลปฏิเสธอย่างหนัก เขายังกล่าวด้วยว่าอิสราเอลกำลังดำเนิน "การแบ่งแยกเชื้อชาติ" ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง

ที่มาของภาพ, Getty Images
เอล-ซาเยด ไม่ได้คัดค้านการให้ความช่วยเหลือทางทหารแค่เพียงกับอิสราเอลเท่านั้น นักการเมืองวัย 42 ปีรายนี้มักกล่าวอยู่เสมอว่า เขาต้องการให้รายได้จากภาษีของสหรัฐฯ ถูกนำไปใช้เพื่อ"สร้างโรงเรียนและสร้างโอกาสให้ผู้คน แทนที่จะส่งไปต่างประเทศเพื่อทิ้งระเบิดใส่ใครก็ตาม"
"โดยทั่วไปแล้ว ผมไม่คิดว่าเราควรให้เงินสนับสนุนกองทัพของประเทศอื่น" เขากล่าวเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา "ซึ่งนั่นก็คืออิสราเอล แต่ก็รวมถึงอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และ[สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์]"
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวหาเอล-ซาเยด ซึ่งเป็นบุตรของผู้อพยพชาวอียิปต์ ว่า "อยู่ข้างฝ่ายผู้ก่อการร้าย"
เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในการรณรงค์หาเสียงของโรเจอร์สเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า "พวกคุณสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่าคนเจ้าเล่ห์ตัวน้อย ๆ ที่ควรหุบปากเสีย และแสดงความสำนึกบุญคุณต่อประเทศที่มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เขา"
แม้ ไมค์ โรเจอร์ส จะพยายามตีตัวออกห่างจากคำพูดของทรัมป์ แต่ก็กล่าวหาแคมเปญหาเสียงของเอล-ซาเยดว่าได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากผู้บริจาคที่มีความเชื่อมโยงกับองค์กรแนวคิดสุดโต่งและองค์กรหัวรุนแรง

ที่มาของภาพ, Getty Images
พรรครีพับลิกันยังกล่าวหาเอล-ซาเยดว่ามีความเชื่อมโยงกับ กลุ่มภราดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) ซึ่งเป็นองค์กรอิสลามการเมืองที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดของอียิปต์ และเคยขึ้นสู่อำนาจในประเทศช่วงสั้น ๆ หลังการลุกฮือของอาหรับสปริงในปี 2011
แม้เอล-ซาเยดจะปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับกลุ่มดังกล่าว แต่คู่แข่งของเขาได้หยิบยกประเด็นที่เขาร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกเมื่อปี 2012 ซึ่งเรียกร้องให้โมฮัมเหม็ด มอร์ซี ประธานาธิบดีสายอิสลามในขณะนั้น "ปรับเปลี่ยนบุคลากรในสื่อมวลชนและตำรวจโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
เอล-ซาเยดยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากความสัมพันธ์ของเขากับ ฮาซัน ไพเกอร์ นักวิจารณ์การเมืองฝ่ายซ้าย ซึ่งเคยกล่าวว่าสหรัฐอเมริกา "สมควรได้รับ" เหตุโจมตีเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2001 (9/11)
นอกจากนี้ เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา เอล-ซาเยดยังได้กล่าวขอโทษต่อชุมชนชาวยิวในรัฐมิชิแกน จากกรณีที่เขาแสดงความเห็นเกี่ยวกับแรงจูงใจเบื้องหลังการก่อเหตุรุนแรงของชาวอเมริกันเชื้อสายอาหรับรายหนึ่งต่อโบสถ์ยิวแห่งหนึ่งในเมืองดีทรอยต์
ผลสำรวจของสำนักข่าวจิววิช อินไซเดอร์ (Jewish Insider) ประเมินว่า การลงสมัครของเอล-ซาเยดได้สร้างความแตกแยกในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวยิวในรัฐมิชิแกน ซึ่งโดยประวัติศาสตร์แล้วมักสนับสนุนพรรคเดโมแครต เว็บไซต์ข่าวดังกล่าวอ้างคำให้สัมภาษณ์ของผู้นำชุมชนและคาดการณ์ว่า คะแนนเสียงของชาวยิวอาจหันไปสนับสนุนผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลอดการหาเสียง เอล-ซาเยดยืนยันว่าความจงรักภักดีของเขามีต่อ รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา และเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตัดสินเขาจาก นโยบายและจุดยืนทางการเมือง มากกว่าภูมิหลังหรือเชื้อสายของเขา

ที่มาของภาพ, Getty Images
"นามของผมและศรัทธาทางศาสนาของผมไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ผู้คนไม่สามารถจ่ายแก๊สหรือค่าอาหารได้ ไม่ใช่สาเหตุที่พวกเขาไปพบแพทย์ไม่ได้ หรือกังวลเกี่ยวกับอากาศที่หายใจและน้ำที่ดื่ม" เขากล่าว
"แม้ว่าผมอาจจะสวดภาวนาแตกต่างจากชาวอเมริกันทั่วไปอยู่บ้าง แต่เราต่างก็สวดภาวนาเพื่อสิ่งเดียวกัน"






























