You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
'เสียงหอนและภาพเอไอ' เบื้องหลังการตามล่าหมาป่าที่หลุดจากสวนสัตว์จนเป็นไวรัลในเกาหลีใต้
- Author, โกห์ ยูว์
- เวลาอ่าน: 5 นาที
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหมาป่าวัยเยาว์ตัวหนึ่งขุดโพรงใต้รั้วภายในสวนสัตว์ในเมืองแทจอนของเกาหลีใต้และหนีออกไป มันกลายเป็นผู้หลบหนีที่มีขนฟูที่สุด ตัวใหม่ล่าสุดของประเทศนี้
ตั้งแต่วันนั้น การตามล่าเจ้า "นึกกู" หมาป่าวัยสองขวบก็เต็มไปด้วยเรื่องราวพลิกผัน จุดกระแสให้คนทั้งประเทศติดตาม และเป็นแรงบันดาลใจให้มีการสร้างเหรียญมีมในชื่อเดียวกัน
แม้จะมีระดมนักผจญเพลิง ตำรวจ และทหารรวมกว่า 300 รายเพื่อตามหา แต่นึกกูก็หลีกหนีการจับกุมมาได้กว่าสัปดาห์แล้วและยังไม่ถูกจับได้จนถึงตอนนี้
อย่างไรก็ดี มีบางครั้งที่มันเกือบพลาด เช่น ในช่วงหนึ่งวันหลังจากที่มันหลบหนี นึกกูถูกจับภาพได้ด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน ปรากฏเป็นก้อนเรืองแสงที่เคลื่อนผ่านใต้ร่มไม้ใกล้กับแทจอน โอ-เวิลด์ (Daejeon O-World) สวนสัตว์และสวนสนุกที่มันหนีออกมา
แต่สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเจ้าหน้าที่คลาดจากมันในตอนที่พวกเขาเปลี่ยนแบตเตอรีของโดรนถ่ายภาพ
ก้าวสำคัญอีกก้าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันจันทร์ เมื่อแผนกดับเพลิงในท้องถิ่นได้รับรายงานว่ามีผู้พบเห็นนึกกูอยู่บนภูเขาห่างจากโอ-เวิลด์ ไปประมาณ 2 กม.
วิดีโอของหมาป่าตัวหนึ่งถูกโพสต์ขึ้นบนโซเชียล เป็นภาพที่มันกำลังวิ่งอยู่กลางถนนท่ามกลางความมืดโดยมีแสงสว่างจากไฟหน้ารถส่องไปที่มัน
เจ้าหน้าที่พุ่งไปที่นั่นในทันที พวกเขาเปิดภารกิจการค้นหาและกู้ภัยโดยใช้ตำรวจหลายสิบนายและโดรนทหารหลายสิบลำ
แต่เมื่อใดก็ตามที่ตาข่ายดูเหมือนจะเข้าใกล้ตัวนึกกูได้แล้ว มันก็จะหลุดจากเรดาร์ไป กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นมันก็หายตัวไปอีกครั้ง
ไล่ล่าหมาป่า
ภารกิจค้นหานึกกูได้รับความสนใจในระดับประเทศและดึงดูดความร่วมไม้ร่วมมือจากชุมชนท้องถิ่น
หนึ่งวันหลังการหายตัวไปของนึกกู ทางการได้รับรายงานหลายสิบครั้งว่ามีการพบเห็นเจ้าหมาป่าตัวนี้ รวมถึงการรายงานที่ผิดพลาดของเด็กผู้ชายบางคนที่เข้าใจผิดว่าสุนัขธรรมดาที่เจอคือนึกกู ตามการรายงานของหนังสือพิมพ์โชซอน เดลี (Chosun Daily)
ช่วงหนึ่งของการค้นหา มีรายงานว่าประชาชนคนหนึ่งพยายามจะเข้ามาช่วยในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วยการใช้วูล์ฟด็อก (สุนัขลูกผสมระหว่างหมาป่ากับหมาบ้าน) ที่ตัวเองเลี้ยงไว้ ซึ่งเป็นแผนการที่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ก่อน
จากนั้นก็มีภาพที่ถูกอ้างว่าเป็นภาพของหมาป่านึกกูกำลังเดินไปตามถนนในเมืองแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง ทำให้เจ้าหน้าที่ขยายวงการค้นหานอกเหนือไปจากบริเวณสวนสัตว์ แต่ต่อมาก็พบว่ามันคือการไล่ล่าลม ๆ แล้ง ๆ เพราะภาพนั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI)
เมื่อปี 2018 ตำรวจเคยยิงเสือพูมาที่ชื่อโพ-รงกี (Porongi) ที่หนีออกมาจากสวนสัตว์เดียวกันกับนึกกู จนเสือตัวนั้นตาย
หลายคนหวังว่านึกกูจะไม่ต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน หนึ่งในผู้ที่หวังเช่นนั้นคือประธานาธิบดีอีแจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ที่ระบุผ่านเอ็กซ์ (X) ว่า "ผมหวังว่าจะไม่มีมนุษย์ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และผมก็ขอภาวนาให้นึกกูได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย"
ด้านกลุ่มสิทธิสัตว์ก็ออกมาให้ความเห็นในประเด็นนี้เช่นกัน
"สถานที่เกิดเหตุคือโอ-เวิลด์ ที่เดียวกับที่โพ-รงกี หนีออกมาและถูกฆ่าเมื่อปี 2018" กลุ่มแนวร่วมเพื่อเสรีภาพสัตว์ (Animal Freedom Solidarity group) กล่าว ตามการรายงานของหนังสือพิมพ์โชซอน
"เหตุการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นซ้ำอีกแล้ว เราหวังว่านึกกูจะถูกจับอย่างปลอดภัยโดยที่ไม่ต้องเผชิญชะตากรรมซ้ำรอยโพ-รงกี... การที่ชีวิตของสัตว์อาจตกอยู่ในความเสี่ยงได้จากอุบัติเหตุที่เกิดจากการจัดการที่ไม่ดีและข้อบกพร่องทางโครงสร้างของสถานที่ [ของมัน] นั้น ชัดเจนว่าไม่ยุติธรรม"
เวลานี้ นึกกูผู้หาตัวจับยากได้กลายเป็น "สัญลักษณ์ของความเป็นอิสระ" เป็น "หมาป่าผู้ไม่ยอมอยู่ในกรง" จากคำนิยามของผู้สร้างเหรียญมีมนึกกู ซึ่งในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (นับจากช่วงเช้าของ 16 เม.ย.) เหรียญมีมดังกล่าวมีปริมาณการซื้อขายบันทึกไว้อยู่ที่ราว 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 4.7 ล้านบาท)
สถานการณ์ชวนขนลุกขนพอง
หมาป่านึกกูเกิดเมื่อปี 2024 มันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่โอ-เวิลด์ ที่พยายามจะฟื้นคืนหมาป่าเกาหลีที่ครั้งหนึ่งเคยอาศัยอยู่ในคาบสมุทรเกาหลี แต่ตอนนี้เป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในป่าตามธรรมชาติ
หนังสือพิมพ์ของอเมริกาเคยบรรยายลักษณะของหมาป่าเกาหลีไว้ในปี 1916 ระบุว่าพวกมันมี "ดวงตาที่แหลมคม" แน่วแน่ และมี "ความปราดเปรียวอย่างน่ามหัศจรรย์"
"ในเหตุโจมตีชายคนหนึ่ง มันจะตามติดเขาอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่งและกระโดดข้ามศีรษะเขาเป็นครั้งคราว พยายามทำให้เขาเสียขวัญและทำให้เขาล้มลงพื้น จากนั้นมันก็จะเข้าโจมตีและฆ่าเขาทันที"
หลังจากนึกกูหลบหนีออกจากโอ-เวิลด์ ทางการเกาหลีใต้ก็ปิดโรงเรียนประถมในบริเวณใกล้เคียงอย่างรวดเร็วเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัย
แต่ในขณะที่คนท้องถิ่นขนหัวลุกกับเหตุการณ์หมาป่าหลุด สถานการณ์เดียวกันนี้อาจเป็นเรื่องชวนขนพองสำหรับนึกกูด้วยเช่นกัน
ไม่ชัดเจนว่าสัญชาตญาณความดุร้ายของนึกกูจะเหลืออยู่แค่ไหน หลังจากใช้ชีวิตภายใต้การคุมขัง มีบางคนที่แสดงความกังวลต่อความอยู่รอดมัน เพราะนึกกูมีประสบการณ์การล่าสัตว์เองที่น้อยมาก หรืออาจจะไม่มีเลย
ในป่าตามธรรมชาติฝูงหมาป่าดำรงชีพได้ด้วยการกินสัตว์มีกีบเคี้ยวเอื้องซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นสัตว์กินพืช เช่น กวาง วัว และหมู โดยเจ้าสัตว์กินเนื้อฝูงนี้จะสามารถดำรงชีพได้หลายวันหรือหลายสัปดาห์โดยไม่มีอาหาร
อาหารมื้อสุดท้ายที่มีรายงานว่านึกกูได้รับ คือไก่สองตัวในคืนก่อนที่มันจะหลบหนี
ลำโพงที่สวนสัตว์โอ-เวิลด์ ซึ่งปิดทำการตั้งแต่วันที่นึกกูหลบหนี ได้ส่งเสียงหอนของหมาป่าและเสียงประกาศของสวนสัตว์ ซึ่งเป็นเสียงที่นึกกูเติบโตมากับมัน
ภาพที่มีการพบเห็นนึกกูครั้งสุดท้ายซึ่งถูกเผยแพร่โดยเจ้าหน้าที่ทางการ คือภาพเจ้าหมาป่าหนุ่มน้อยตัวนี้นอนแผ่อยู่บนกองใบไม้ในป่า ก่อนจะลุกขึ้นมาเดินไปรอบ ๆ โดยมีการระบุข้อความบนโพสต์นั้นว่า "ได้โปรด ขอให้มีการจับนึกกูได้อย่างปลอดภัย"
รายงานเพิ่มเติมโดยโฮซู ลี