เปิดคดีสะเทือนใจในอินเดีย เด็กชาย 8 ขวบ ลวงเด็กหญิง 6 ขวบไปทำร้ายบาดเจ็บสาหัสในโรงเรียน

เด็กคนหนึ่งยกฝ่ามือขึ้นมาปิดบังใบหน้าในภาพถ่ายขาวดำนี้
    • Author, กีตา ปันเดย์, บรรณาธิการข่าวสังคม ประจำอินเดีย, และ นาฟจอต คอร์, บีบีซีแผนกภาษาปัญจาบ
    • Role, บีบีซี นิวส์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 4 นาที

คำเตือน: มีเนื้อหาที่อาจทำให้ผู้อ่านบางคนรู้สึกไม่สบายใจ

เกิดกระแสความตกใจและความโกรธเคืองในอินเดีย หลังมีการเผยแพร่ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นเด็กชายอายุ 8 ขวบ กำลังทำร้ายร่างกายเด็กหญิง 6 ขวบอย่างรุนแรง

ครอบครัวของเด็กหญิงเคราะห์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสคนดังกล่าวระบุว่า เธอกำลังพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลและก็ได้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงได้รับผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้นในรัฐหรยาณา

ขณะที่ ตำรวจอินเดียกล่าวว่าพวกเขาได้ลงบันทึกคดีแล้ว ส่วนเด็กชายวัย 8 ขวบผู้ก่อเหตุถูกส่งไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเพื่อเข้ารับการประเมินทางจิตเวช

ตำรวจระบุว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูอีกสองคนถูกสั่งพักงานเนื่องจากต้องสงสัยว่ามีความประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ภาพจากกล้องวงจรปิดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งในเมืองปัญจกุลา รัฐหรยาณา ทางตอนเหนือของอินเดีย เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยได้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลังจากคลิปจากกล้องวงจรปิดถูกเผยแพร่อย่างแพร่หลายบนสื่อสังคมออนไลน์

จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบถึงแรงจูงใจก่อเหตุของเด็กชายคนดังกล่าว

เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายอันน่าสยดสยองนี้สร้างความตกใจไปทั่วอินเดีย ผู้คนจำนวนมากต่างแสดงความทุกข์ใจต่ออาการบาดเจ็บของเด็กหญิงตัวน้อย รวมถึงความโหดร้ายทารุณที่เด็กชายคนดังกล่าวได้กระทำลงไป

อดิติ ซิงห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองปันช์กุลา
คำบรรยายภาพ, อดิติ ซิงห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองปัญจกุลา กล่าวว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนเด็กชายถูกส่งตัวไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแล้ว

ตำรวจกล่าวว่า เด็กชายวัย 8 ขวบ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้บอกกับเด็กหญิงที่ถูกทำร้ายว่าพ่อของเธอคอยอยู่ในห้องเรียนก่อนจะทำร้ายร่างกายเธอที่นั่น

ครอบครัวของเด็กหญิงซึ่งเรียนอยู่ชั้นอนุบาล เดินทางมาถึงโรงเรียนหลังได้รับแจ้งจากคนขับรถสามล้อว่าเขาไปรับเด็กหญิงแต่หาเธอไม่เจอ

“เมื่อหาตัวลูกสาวไม่เจอแม้เลิกเรียนแล้ว เราจึงเข้าไปตามหา[ในโรงเรียน] ไม่มีใครที่นั่นรู้เลยว่าเธออยู่ที่ไหน” พ่อของเด็กหญิงกล่าวกับบีบีซีแผนกภาษาปัญจาบ

พ่อของเด็กกล่าวต่อไปว่า เด็กชายที่ทำร้ายลูกสาวของเขาบอกเขาว่าลูกสาวอยู่ในห้องเรียนชั้นบน ซึ่งเป็นที่ที่เขาพบกับลูกสาวในสภาพที่เธอบาดเจ็บสาหัส

"ตอนที่ผมพบกับลูกสาว ผมแทบจะกรีดร้องออกมาตอนเห็นสภาพเธอ ผมก็คิดว่าพวกเขาฆ่าลูกสาวของผมแล้ว ถ้าเด็กคนหนึ่งไม่สามารถอยู่อย่างปลอดภัยในโรงเรียนได้ แล้วเธอจะไปปลอดภัยที่ไหนได้อีก"

ในเบื้องต้นเด็กหญิงคนดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในท้องถิ่น ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาล PGIMER ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางหลายสาขาในเมืองจัณฑีครห์ที่อยู่ใกล้เคียง

แถลงการณ์จากโรงพยาบาล PGIMER ระบุว่า เด็กหญิงวัย 6 ขวบรายนี้ "ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส"

ทางโรงพยาบาลระบุด้วยว่า ขณะนี้เธออยู่ภายใต้การดูแลของทีมผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ซึ่งคอยติดตามอาการของเธออย่างใกล้ชิดและให้การดูแลทางการแพทย์ที่จำเป็นทั้งหมด

"สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงตัวน้อยนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นกังวลอย่างยิ่ง เราต้องการให้มั่นใจว่าเธอจะได้รับการดูแลทางการแพทย์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือที่จำเป็นทุกประการ" นพ. วิเวก ลาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ระบุในแถลงการณ์

ต่อมาทางโรงพยาบาลได้เผยแพร่ภาพของ นพ.ลาลกับเด็กหญิงคนดังกล่าวที่นั่งอยู่บนตักพ่อและกำลังยิ้มอยู่

ในแถลงการณ์ผ่านวิดีโอเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อดิติ ซิงห์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง กล่าวว่า พวกเขาได้ลงบันทึกแจ้งความต่อฝ่ายบริหารโรงเรียนในข้อหา "ประมาทเลินเล่อ" และกำลังสอบสวนสิ่งที่เกิดขึ้น

"ขณะนี้เด็กชายกำลังได้รับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตภายใต้พระราชบัญญัติกระบวนการยุติธรรมสำหรับเยาวชน (Juvenile Justice Act) และจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป" เธอเสริม

อมรินเดอร์ ซิงห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงอีกนายกล่าวว่า ภายใต้กฎหมายของอินเดีย เด็กอายุแปดขวบไม่สามารถถูกลงโทษหรือถูกจำคุกได้ ดังนั้นเด็กจึงสถานพินิจที่อยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการกระบวนการยุติธรรมสำหรับเยาวชน (Juvenile Justice Board)

เขาเสริมด้วยว่าในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนนั้น จะมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขพฤติกรรมและการให้คำปรึกษาเป็นหลัก

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลรัฐหรยาณาได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนสิ่งที่เกิดขึ้นและตรวจสอบว่าเกิดความประมาทเลินเล่อในกรณีนี้หรือไม่