บีบีซีเปิดโปงกลุ่มสแกมเมอร์ชาวยูกันดาทรมานสุนัขหลอกเงินบริจาคจากคนรักสัตว์ชาวตะวันตก

    • Author, เชียรา ฟรานคาวิลลา
    • Author, ก็อดฟรีย์ บาเดบาย
    • Author, แคเธอรีน นามูเกอร์วา
    • Role, บีบีซีแอฟริกาอาย (ทีมข่าวสืบสวนของบีบีซีในแอฟริกา)
    • Reporting from, Mityana รายงานจากเมืองมิตยานา
  • เวลาอ่าน: 11 นาที

เจ้าสุนัขขนสีน้ำตาลอมแดงตัวหนึ่งกำลังนอนอยู่ข้างถนน มันดูสงบ แต่เมื่อวิดีโอจากแพลตฟอร์มติ๊กตอกขยับมุมถ่ายจากใบหน้าไปที่ลำตัวของมัน ก็ปรากฏบาดแผลสาหัสที่ขาหลัง

สุนัขตัวนี้ไม่ได้กำลังพักผ่อน มันกำลังหอบ และสันนิษฐานได้ว่ามันกำลังอยู่ในอาการเจ็บปวด

ข้อความบนคลิปวิดีโอความยาว 15 วินาทีบอกให้ผู้ชมรู้ว่าสุนัขตัวนี้ "ประสบอุบัติเหตุ" และขอให้พวกเขา "ช่วยชีวิตมัน" ด้วยการบริจาคเงินผ่านทางลิงก์ออนไลน์

ภายในสามสัปดาห์หลังจากวิดีโอนี้ถูกโพสต์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ปีที่แล้ว ก็ปรากฏภาพสุนัขตัวนี้อยู่ในโครงการรณรงณ์ระดมทุนหลายร้อยโครงการ ซึ่งถูกประชาสัมพันธ์ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียหลายสิบบัญชี

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียในสหราชอาณาจักรตั้งชื่อสุนัขตัวนี้ว่า รัสเซ็ต (Russet) ตามขนสีสนิม (Rust) ของมัน มีการระดมทุนได้เงินไปหลายพันดอลลาร์เพื่อช่วยรักษาเจ้ารัสเซ็ต แต่อาการของมันไม่ได้ดีขึ้นเลย

บีบีซีแอฟริกาอาย (BBC Africa Eye) พบว่าสุนัขในยูกันดาตัวนี้เป็นเครื่องมือประกอบฉากในการหลอกลวงเงินบริจาคให้กับสัตว์ทุกข์ทรมาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุตสากรรมลับที่หากำไรจากความโหดร้าย

สาเหตุอาการบาดเจ็บของสุนัขตัวนี้ไม่สามารถระบุได้ แต่ผู้สื่อข่าวบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิสปะติดปะต่อจิ๊กซอว์เรื่องราวของมันเข้าด้วยกัน ซึ่งบ่งชี้ว่ามันต้องทนทุกข์กับอาการบาดเจ็บมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม

เรื่องราวนี้เชื่อมโยงระหว่างเมืองหนึ่งในยูกันดากับเหล่าคนรักสัตว์ที่อยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์ พวกเขาถูกเกลี้ยกล่อมให้แบ่งปันเงินของพวกเขา ผ่านภาพถ่ายสะเทือนอารมณ์ คำโกหก และการแสวงหาผลประโยชน์จากภาพจำที่คนตะวันตกมองแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นความยากจนที่ฝังรากลึก และความไม่ใส่ใจสวัสดิภาพของสัตว์

แต่ผู้ที่จ่ายหนักสุดคือสุนัขอย่างเจ้ารัสเซ็ต วิดีโอของมันถ่ายทำขึ้นที่เมืองมิตยานา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าที่ห่างจากกรุงกัมปาลา เมืองหลวงของยูกันดาราว 70 กม.

เมืองนี้มีชื่อเสียงแย่ ๆ ในบรรดานักเคลื่อนไหวช่วยเหลือสัตว์ออนไลน์ทั่วโลก จากการที่เป็นสถานที่พักพิงให้การช่วยเหลือสุนัขปลอม ๆ

สแกมเมอร์ชาวยูกันดาตระหนักว่าสุนัขเป็นที่นิยมมากแค่ไหนในยุโรป อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย และรู้ดีว่าจะสามารถเปลี่ยนความหลงใหลในสุนัขบนโซเชียลมีเดียให้กลายเป็นเงินได้อย่างไร

"มีคนหนุ่ม ๆ ในชนบท [ของยูกันดา] ที่มักจะมองหาอะไรทำบนอินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ" บาร์ต คาคูซา ประธานสมาคมคุ้มครองและดูแลสัตว์ยูกันดา (Uganda Society for the Protection and Care of Animals) บอกกับบีบีซี

"ในทางกลับกัน ในโลกตะวันตก ผู้คนมีความหลงใหลในสัตว์ต่าง ๆ มาก คนหนุ่มเหล่านี้รู้ว่าพวกเขาจะหาเงินได้ ถ้าพวกเขามีสุนัข"

การระบุให้ชัดเจนว่ามีบัญชีโซเชียลมีเดียจำนวนเท่าใดที่ดำเนินการจากเมืองมิตยานาเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่ในภาพรวมแล้วมีบัญชีโซเชียลมีเดียลักษณะนี้ปรากฏอยู่เต็มอินสตาแกรม ติ๊กตอก เฟซบุ๊ก และยูทิวบ์ บนช่องทางเหล่านี้มีวิดีโอสัตว์ต่าง ๆ ที่ดูน่าสงสาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสุนัขและแมว แต่ก็มีสัตว์อื่น ๆ เช่น กระต่าย โดยมีเนื้อหาที่ร้องขอเงินบริจาคสำหรับเป็นค่าที่พัก อาหาร และค่ารักษาพวกมัน

โดยทั่วไปแล้วในวิดีโอจะประกอบไปด้วยคนที่แนะนำสุนัขบางตัวซึ่งอยู่ในที่พักชั่วคราว พร้อมกับข้อความเช่น "สุนัขของพวกเขากำลังหิว" หรือ "เป็นอีกวันแล้วที่ไม่มีอาหารที่ศูนย์พักพิง" และ "ได้โปรดช่วยเรา"

คลิปเหล่านี้มักจะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ผู้ผลิตเนื้อหาคิดว่าจะสอดคล้องกับมุมมองที่ผู้ชมคลิปมีต่อแอฟริกา โดยบรรยายว่ามันเป็นสถานที่ที่หาอาหารได้ยาก และเหล่าคนรักสุนัขรุ่นเยาว์ต้องต่อสู้กับอุปสรรคเพื่อปกป้องสัตว์จากการถูกทำร้ายหรือการถูกละเลยจากสังคม

การวิเคราะห์ข้อมูลโดยบีบีซีแอฟริกาอาย บ่งชี้ว่าวิดีโอเหล่านี้สามารถเปลี่ยนยอดการเข้าชมให้เป็นเงินอย่างเห็นผล

ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา การเก็บรวบรวมข้อมูลของบีบีซีพบว่ามีการระดมทุนเพื่อสร้างที่พักพิงให้กับสัตว์ในยูกันดาได้มากกว่า 730,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 23.7 ล้านบาท) ผ่านการโครงการระดมทุนหลายร้อยโครงการที่โพสต์ลงบนแพลตฟอร์มโกฟันด์มี (GoFundMe) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดมทุน

เกือบ 40% ของโครงการระดมทุนทั้งหมดที่บีบีซีวิเคราะห์ มีความเชื่อมโยงกับเมืองมิตยานา

ในเมืองนี้ ธุรกิจที่พักพิงสุนัขปลอม ๆ เป็นความลับที่ไม่ลับ คนในเมืองหลายคนบอกบีบีซีว่าการระบุตัวว่าใครเป็นนักต้มตุ๋นนั้นทำได้ไม่ยาก

"เมื่อคุณเห็นคนหนุ่ม ๆ ขับรถซูบารุ [รถที่เป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะในพื้นที่] คุณจะรู้ได้เลยว่าเขาคือสแกมเมอร์" คนหนึ่งบอกกับบีบีซี

ขณะที่อีกคนระบุว่า "สแกมเมอร์คือกลุ่มที่ได้รับการเคารพนับถือมากที่สุดที่นี่ ที่มิตยานา"

อย่างไรก็ตาม มีคนไม่กี่คนที่เต็มใจจะพูดถึงรายละเอียดการดำเนินการที่พักพิงดังกล่าวเป็นการเฉพาะ เนื่องจากพวกเขากลัวว่าจะถูกตอบโต้ บีบีซีจึงตัดสินใจส่งทีมแฝงตัวเข้าไปในเมืองมิตยานา

ผู้สื่อข่าวแสร้งปลอมตัวเป็นคนหน้าใหม่ที่ต้องการจะเข้าสู่ธุรกิจทำคอนเทนต์เกี่ยวกับที่พักพิงสุนัขผ่านทางออนไลน์

พวกเขาพบว่าสถานที่บางแห่งในพื้นที่ได้เปิดให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์หลายคนเช่า

ศูนย์พักพิงเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าใช้บริการ สำหรับการจะเข้าไปถ่ายคลิปสุนัขของเจ้าของศูนย์ฯ จากนั้นวิดีโอจะถูกโพสต์ลงบนบัญชีโซเชียลมีเดียของสแกมเมอร์และโครงการระดมทุนออนไลน์ที่เชื่อมโยงกัน โดยส่วนใหญ่จะโพสต์ผ่านแพลตฟอร์มโกฟันด์มีและเพย์พาล (PayPal)

นั่นหมายความว่าสถานที่พักพิงแห่งเดียวกัน และสุนัขกลุ่มเดียวกัน ถูกบัญชีโซเชียลมีเดียหลายต่อหลายบัญชีนำไปใช้ระดมเงิน

ทีมบีบีซีได้เข้าถึงสถานที่พักพิงแห่งหนึ่งที่บริหารโดยชายหนุ่มคนหนึ่งที่แนะนำตัวเองว่าชื่อ ชาร์ลส์ ลูบาจจา

ในสถานพักพิง ทีมผู้สื่อข่าวพบว่ามีสุนัขประมาณ 15 ตัวถูกขังไว้ในกรงเดียวกัน โดยพบว่าพวกมันนอนอยู่บนกองอึกองฉี่ หลายตัวอยู่ในสภาพผอมแห้งอย่างรุนแรงและเซื่องซึม

ลูบาจจาบอกกับนักข่าวที่แฝงตัวเข้าไปว่า ที่พักพิงแห่งนี้มีไว้เพื่อหาเงินจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยอาศัยการหลอกลวง เขายังให้คำแนะนำถึงวิธีการในการเพิ่มรายได้ และแบ่งปันเคล็ดลับบางประการ อย่างเช่น

  • แสร้งทำเป็นว่าเจ้าของที่ดินกำลังขู่จะไล่ที่สถานพักพิง และต้องใช้เงินในการย้ายที่พักพิงสัตว์ไปที่อื่น
  • ถ่ายทำการรักษาที่ใช้สัตวแพทย์ปลอม ๆ โดยใช้ภาพอย่างเช่น ภาพที่กำลังจ่อเข็มฉีดยาเข้าไปในขนสุนัข แทนที่จะฉีดยารักษามันจริง ๆ
  • เพิ่มตัวเลขต้นทุนค่าอาหารสุนัขมากกว่า 11 เท่า

"พอคุณได้เงินจากโกฟันด์มีแล้ว คุณก็เอามันไปซื้อรถหรือสร้างบ้าน" ลูบาจจากล่าวในขณะที่เขาถูกบีบีซีแอบถ่าย

"เมื่อคุณได้เงินจากคนขาวแล้ว อย่าทำเหมือนว่าพวกเขาเป็นพี่น้องคุณล่ะ คุณต้องบีบพวกเขา [เอาเงินพวกเขามา] ทำให้พวกเขาหมดตัว"

แต่เมื่อมีปฏิบัติการเช่นเดียวกับที่ลูบาจจาทำแพร่หลายอยู่บนอินเทอร์เน็ตก็มีผู้บริจาคจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เริ่มรู้ตัวว่าพวกเขาถูกหลอก จากนั้นก็มีโครงการริเริ่มขึ้นมาเพื่อจะหยุดกลุ่มสแกมเมอร์นี้

กลุ่มผู้รณรงค์ในโครงการนี้ใช้กลยุทธ์หลายอย่าง เช่น การสร้างความตระหนักรู้ในบรรดากลุ่มผู้ที่อาจเป็นกลุ่มผู้บริจาค ไปจนถึงการระบุชื่อและประจานบัญชีที่เชื่อว่าอยู่ในกลุ่มผู้กระทำผิดรุนแรงที่สุด

นักเคลื่อนไหวออนไลน์ยังกล่าวด้วยว่า ยิ่งไปกว่าการละเลยที่เกิดขึ้นในสถานที่พักพิงในเมืองมิตยานานั้น ยังมีการจงใจทำร้ายสัตว์ด้วย

โครงการรณรงค์หนึ่งที่ได้รับความนิยมเพราะมีสไตล์ที่ดุดัน คือ "We Won't Be Scammed" ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า "เราจะไม่โดนหลอก" มีผู้ติดตามในบัญชีอินสตาแกรมราว 20,000 คน โครงการนี้ทำให้ลูบาจจากล่าวตอนที่ถูกแอบบันทึกภาพเสียงว่า เป็น "ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด" ของกลุ่มสแกมเมอร์

สิ่งที่ลูบาจจาอาจไม่รู้คือบัญชีดังกล่าวเป็นของหญิงวัย 49 ปีที่อาศัยอยู่ห่างจากเขา 10,000 กิโลเมตรในมณฑลยอร์กเชียร์ทางตอนเหนือของอังกฤษ

นิโคลา แบร์ด ผู้ก่อตั้งกลุ่ม We Won't Be Scammed กำลังอยู่บนเส้นทางของสงคราม

"กลุ่มสแกมเมอร์น่ะหรือ ฉันมีแต่ความเกลียดชังให้พวกเขา" เธอบอกบีบีซี "พวกเขาคือตัวอย่างของความชั่วร้าย"

เช่นเดียวกับเครือข่ายนักเคลื่อนไหว 20 คนของเธอ แบร์ดเคยตกเป็นเหยื่อมาก่อน เธอส่งเงินให้กับชายในเมืองมิตยานาที่อ้างว่าสุนัขของเขาต้องได้รับการผ่าตัดหลังประสบอุบัติเหตุ

เมื่อเธอได้รับภาพถ่ายและวิดีโอที่อ้างว่าเป็นการผ่าตัดสุนัขตัวนั้น แบร์ดก็เริ่มสงสัยว่ามีบางสิ่งผิดปกติ สัตวแพทย์ที่เธอส่งภาพเหล่านั้นไปให้ดูยืนยันกับเธอว่า มันดูเหมือนเป็นการทารุณสัตว์มากกว่าจะเป็นการดูแลโดยสัตวแพทย์ "นั่นคือตอนที่ฉันคิดได้ว่า 'โอ้พระเจ้า ฉันเองที่ทำให้การทารุณนี้เกิดขึ้นได้'"

"นั่นคือตอนที่มันกลายเป็นความปรารถนาอย่างแท้จริงที่จะยุติการทารุณนี้ เพราะฉันรู้สึกเหมือนกับพวกเขากำลังทำร้ายเซบี [หมาของฉัน] พวกเขากำลังทำร้ายส่วนหนึ่งในครอบครัวของฉัน"

ประสบการณ์นี้ทำให้แบร์ดเชื่อว่าภาพการบาดเจ็บของสัตว์ในวิดีโอทางโซเชียลมีเดีย ทั้งรอยไหม้ รอยบาด แขนขาของพวกมันที่หายไป เป็นเพราะถูกทำร้ายโดยเจตนา ซึ่งเป็นความเชื่อของกลุ่มเคลื่อนไหวออนไลน์ที่ติดตามบัญชีต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับเมืองมิตยานา

ลูบาจจายืนยันกับทีมนักข่าวที่แฝงตัวเข้าไปว่า มีบางกรณีที่สแกมเมอร์ทำให้สุนัขได้รับบาดเจ็บโดยเจตนา

"เมื่อพวกเขาไม่มีเนื้อหาที่จะเล่นแล้ว บางคนก็เริ่มตัดอวัยวะสุนัขและขอเงิน" เขากล่าว

แต่เขาบอกว่าการใช้วิธีที่รุนแรงกว่าเดิมเช่นนี้กลับได้รับผลย้อนกลับ เมื่อผู้บริจาคบางคนเริ่มมองออกว่ามีการทารุณและเริ่มเตือนคนอื่น ๆ

"[สแกมเมอร์] ไม่ตัดอวัยวะสุนัขกันแล้ว [เพราะ] พวกเขาสูญเสียเงินไป เมื่อคนขาวรู้ตัว"

แบร์ดรับรู้ว่ากลยุทธ์ของสแกมเมอร์เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เมื่อมีการตรวจสอบเพิ่มขึ้น แต่สุนัขก็ยังคงถูกทำร้ายโดยเจตนา และยังอยู่ในอันตราย

"ความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นเพียงเพื่อเงินบริจาคน้อยนิด" เธอกล่าว "ไม่มีสัตว์ตัวไหนที่ควรมีชีวิตแบบนั้น"

กลุ่ม We Won't Be Scammed และกลุ่มนักเคลื่อนไหวอื่น ๆ เชื่อว่ารัสเซ็ต สุนัขที่ถูกถ่ายคลิปจากข้างถนนและมีภาพมันปรากฏอยู่ในวิดีโอระดมทุนหลายวิดีโอ ถูกทำให้ขาหักโดยตั้งใจ

ในระหว่างการแอบถ่าย ลูบาจจาได้เห็นวิดีโอรัสเซ็ต และเขายืนยันว่าเป็นหนึ่งในสุนัขของเขาเอง แต่เมื่อถูกนักข่าวจี้ถามถึงรายละเอียด เขาบอกว่าสุนัขตัวนี้ประสบอุบัติเหตุจากด้านหน้าสถานพักพิง

แต่ความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น

หลังปรากฏภาพครั้งแรกบนโซเชียลมีเดีย ภาพของรัสเซ็ตก็ถูกโพสต์ผ่านบัญชีหลายบัญชี ซึ่งดูเหมือนว่ามันถูกส่งตัวจากสแกมเมอร์กลุ่มหนึ่งไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง

สามสัปดาห์หลังจากนั้น ผู้ใช้โซเชียลมีเดียคนหนึ่งเป็นผู้บริจาคด้วยและขอให้บีบีซีไม่ระบุตัวตน ได้ต่อรองจนมีการปล่อยตัวรัสเซ็ตจากกลุ่มสแกมเมอร์ และส่งตัวมันไปยังคลินิกสัตวแพทย์ในกรุงกัมปาลา

ดร.อิซา ลูเตเบมเบอร์วา เดินทางไปยังเมืองมิตยานาเพื่อรับตัวสุนัข และพามันไปรักษาที่คลินิกของเขา ด้วยเงินทุนของผู้บริจาคชาวสหราชอาณาจักร

จากความเห็นของ ดร.ลูเตเบมเบอร์วา โอกาสที่อาการบาดเจ็บของรัสเซ็ตจะมาจากอุบัติเหตุมีน้อยมาก เขาอธิบายภาพเอกซเรย์ร่างกายท่อนล่างของรัสเซ็ต และบอกว่า "ถ้าคุณดูตรงกระดูกเหล่านี้ มันหักในจุดที่เกือบจะเป็นตำแหน่งเดิมทั้งหมด"

"ถ้าคุณอยากจะหักกระดูก มันคือจุดที่คุณจะหัก เพราะมันคือจุดที่เปราะบางที่สุด"

ดร.ลูเตเบมเบอร์วาผ่าตัดรัสเซ็ต มันรอดชีวิตจากการผ่าตัด แต่สุดท้ายก็ตายลงในอีกไม่กี่วันถัดมา

"ถ้าคุณดูที่ใบหน้าของมัน คุณจะเห็นได้ว่ามันต้องอดทนอย่างมากต่อความทุกข์ทรมาน" ลูเตเบมเบอร์วาบอกกับบีบีซี "จากทุก ๆ สิ่งที่มันได้เผชิญมา มันไม่ควรต้องตายเลย"

"รัสเซ็ตทำให้ผมมองเห็นความเจ็บปวดที่สุนัขซึ่งยังอยู่ข้างนอกนั้นอาจต้องเผชิญ"

บีบีซีติดต่อลูบาจจา ซึ่งเคยบอกกับนักข่าวที่แฝงตัวเข้าไปว่าเขาเป็นเจ้าของรัสเซ็ต เพื่อขอความคิดเห็นต่อผลการสืบสวนนี้

เมื่อส่งภาพของรัสเซ็ตไปพร้อมกับคำกล่าวหา เขาบอกว่าเขาจำสุนัขตัวนี้ไม่ได้ และปฏิเสธการทำให้สัตว์บาดเจ็บ ทว่าเขายอมรับว่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์จ่ายเงินให้เขาเพื่อเข้ามาถ่ายทำในสถานที่พักพิงสัตว์ของเขา

ดร.ลูเตเบมเบอร์วาและนักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสัตว์ในยูกันดาอย่างคาคูซา โทษผู้บริจาคจากต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สุนัขในสถานพักพิงเมืองมิตยานาต้องทนทุกข์ โดยบอกว่าพวกเขามักจะด่วนบริจาคโดยที่ไม่ได้ตรวจสอบอย่างเพียงพอ

"ผู้คนที่บริจาคเงินกำลังก่อให้เกิดปัญหาการทารุณกรรมสัตว์ที่นี่ เพราะพวกเขาเติมเชื้อเพลิงและสุมไฟให้แรงขึ้น" คาคูซากล่าว

แบร์ดเห็นพ้องว่าการบริจาคอาจเป็นสาเหตุของความรุนแรงโดยไม่ตั้งใจ "ฉันคิดว่าสิ่งที่เราต้องเรียนรู้จากการทารุณเจ้าสุนัขรัสเซ็ตคือการบริจาคทำให้มันต้องเจ็บปวดยาวนานขึ้น หากไม่มีคนบริจาค รัสเซ็ตก็คงไม่ต้องทนทุกข์มานานอย่างที่เกิดขึ้น"

นักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสัตว์ส่วนใหญ่ในยูกันดาและต่างประเทศ เชื่อว่าหากผู้ใช้โซเชียลมีเดียและผู้ที่อาจจะบริจาคมีความตระหนักรู้มากขึ้นจะช่วยลดกระแสเงินบริจาคที่หลั่งไหลเข้าสู่สถานพักพิงสัตว์ต่าง ๆ ในเมืองมิตยานา ซึ่งจะทำให้สแกมเมอร์มีรายได้ลดลงและธุรกิจจะน่าดึงดูดน้อยลงในหมู่คนหนุ่มสาว ทำให้จำนวนสุนัขใหม่ ๆ ที่จะถูกกักเอาไว้เพื่อหลอกเงินลดน้อยลงไป

อย่างไรก็ตาม มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถระบุถึงวิธีแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมสำหรับสุนัขที่อยู่ในสถานพักพิงต่าง ๆ อยู่แล้ว

ตำรวจเมืองมิตยานาบอกบีบีซีว่า ปฏิบัติการในปี 2023 ได้ช่วยเหลือสุนัขที่บาดเจ็บสาหัส 24 ตัว ซึ่งถูกขังในสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ในสถานพักพิงปลอมในเมือง และได้ส่งสุนัขที่ช่วยเหลือมาได้ไปรักษายังกรุงกัมปาลา

ผู้ต้องสงสัยสามคนที่ถูกจับกุมจากปฏิบัติการดังกล่าว ถูกตั้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์ก่อนที่จะถูกปล่อยตัว คดีของพวกเขาถูกปิดในเวลาต่อมา และพวกเขาได้รับคำตักเตือน

ตอนนี้กลุ่มเคลื่อนไหวที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น คาคูซา กำลังพยายามใช้ช่องทางการดำเนินคดีเอกชนเพื่อจัดการกับปัญหานี้ ซึ่งมีกรณีหนึ่งที่อยู่ในระหว่างดำเนินการแล้ว

"เราหวังว่ากรณีนี้จะเป็นตัวช่วยหยุดยั้งคนอื่น ๆ อีกหลายคนที่หวังจะเข้ามาดำเนินกิจการผิดกฎหมายนี้ต่อไป" เขาบอกกับบีบีซี