'อาการเสพติดการชอปปิงแย่งชีวิตฉันไปแล้ว ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าอะไรคือสาเหตุ'

    • Author, โนเอล ไทเธอร์แรดจ์
    • Role, ผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวน
    • Author, เอ็มมา บาร์เน็ตต์
    • Role, พิธีกรรายการ Ready To Talk
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

เมื่ออาชีพนักเขียนหนังสือเด็กของ แซลลี การ์ดเนอร์ เริ่มรุ่งเรือง เพื่อน ๆ ต่างคิดว่าการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของเธอเป็นผลมาจากความสำเร็จที่เพิ่งได้รับมาใหม่

การซื้อของหรูหราฟุ่มเฟือยมีตั้งแต่การซื้ออ่างอาบน้ำราคา 3,000 ปอนด์ (ราว 1.3 แสนบาท) ภาพพิมพ์จากศิลปินยอดนิยมชาวอังกฤษ ปีเตอร์ เบลค และการเดินทางไปชอปปิงที่ร้านบูติก (Parisian boutiques) ในปารีส ประเทศฝรั่งเศส

แซลลีมีอายุราว 40 ปีต้น ๆ ตอนที่หนังสือเล่มแรกของเธอได้รับการตีพิมพ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสู่ยอดขาย 2.5 ล้านเล่ม และรางวัลวรรณกรรมสำคัญ ๆ อาทิ รางวัลคาร์เนกี (Carnegie)

"ทันใดนั้นเอง ฉันก็อยู่ในที่ที่แตกต่างออกไป" แซลลีบอกและว่า "และเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ฉันหาเงินได้ได้ดีจริง ๆ"

เธอบอกว่า เธอรู้สึก "ละอายใจ" กับจำนวนเงินที่ใช้จ่ายออกไปอย่างสุรุ่ยสุร่าย แต่ก็ติดใจกับความรู้สึกดี ๆ ที่ได้รับจากสารโดพามีนที่หลั่งออกมา

พฤติกรรมคุมตัวเองไม่ได้ที่รัวระนาว

แซลลีมักจะโกหกเพื่อน ๆ เกี่ยวกับการซื้อของ และปฏิเสธว่าเธอไม่ได้สวมเสื้อผ้าใหม่

"ฉันไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน มันเหมือนกับว่า 'คุณเป็นใคร? คุณกำลังทำอะไรอยู่'"

ไม่นานนัก เธอมีหนี้สินท่วมหัวและถูกบังคับให้ขายบ้านทาวน์เฮาส์ในลอนดอนเหนือ และย้ายไปอยู่แฟลตที่ขนาดเล็กกว่า

แต่ถึงกระนั้น สิ่งที่เธอเรียกว่าพฤติกรรมที่ควบคุมไม่ได้ที่ "รัวระนาว" ของเธอก็ยังไม่หยุดลง เธออดใจไม่ได้ที่จะใช้เงินหลายหมื่นปอนด์จ้างนักออกแบบตกแต่งภายในมาตกแต่งบ้านใหม่ของเธอ

ถึงตอนนี้เพื่อนคนหนึ่งของเธอเดินไปตามร้านต่าง ๆ ในเมืองที่แซลลีอาศัยอยู่ และขอร้องพนักงานว่าอย่าขายอะไรให้เธออีก

แซลลีเกิดอาการเสพติดการชอปปิงในช่วงวัยกลางคนโดยหาสาเหตุไม่ได้ และคิดว่าตัวเอง "กำลังจะบ้า"

ในขณะที่อาชีพนักเขียนของแซลลีกำลังรุ่งเรือง แพทย์ของเธอเริ่มสั่งจ่ายยากลุ่มโดพามีนอะโกนิสต์ให้เธอเพื่อรักษาอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome - RLS) ซึ่งเป็นอาการที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานมานานหลายปี

อาการของภาวะนี้ทำให้เธอมีความรู้สึกอยากขยับตัวอย่างรุนแรง ซึ่งมักเกิดขึ้นเกือบทุกเย็น

"มันเป็นแบบนั้นตลอดเวลา ฉันนั่งไม่ได้ ดูทีวีไม่ได้ ออกไปรับประทานอาหารข้างนอกก็ไม่ได้" แซลลีกล่าว "ฉันต้องยืนอยู่ตลอดเวลา"

หลังจากหย่าร้างและมีลูกเล็ก เธอประสบปัญหาการนอนไม่หลับเรื้อรัง ประกอบกับเธอกำลังเข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน แซลลีบอกว่าเธอได้ลองรักษาทุกวิธีแล้ว แต่ไม่ได้ผล เธอเข้านอนแล้ว แต่ก็นอนไม่หลับทั้งคืน

ดังนั้นเมื่อแพทย์สั่งยาให้เธอ ซึ่งช่วยบรรเทาอาการได้ทันทีโดยไม่กล่าวถึงผลข้างเคียงทางจิตเวชใด ๆ เธอก็รู้สึกดีใจมาก

ผ่านมา 20 ปี และสูญเสียเงินไปมากกว่า 500,000 ปอนด์ (ราว 22.15 ล้านบาท) แซลลีเพิ่งตระหนักว่าพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำของเธอเป็นผลมาจากการรับประทานยานี้

ผลข้างเคียงที่ร้ายแรง

เรื่องราวของแซลลีเป็นเพียงหนึ่งในหลายร้อยเรื่องที่บีบีซีได้รับฟังในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา ซึ่งบรรยายถึงผลข้างเคียงที่ร้ายแรงของยาที่กระตุ้นการทำงานของโดพามีน

ยาในกลุ่มนี้ออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นการทำงานของโดพามีน และมีการสั่งจ่ายอย่างแพร่หลายสำหรับอาการต่าง ๆ รวมถึงกลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (RLS), โรคพาร์กินสัน, เนื้องอกต่อมใต้สมอง และปัญหาสุขภาพจิตบางอย่าง

ผู้ป่วยหรือครอบครัวของผู้ป่วยหลายร้อยคนบอกกับบีบีซีว่า พวกเขาไม่ทันได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมควบคุมตัวเองไม่ได้กับการใช้ยาเสพติดจนกระทั่งสายเกินไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับหนี้สินก้อนโต ความสัมพันธ์ที่แตกหัก อาชญากรรม และแม้กระทั่งการฆ่าตัวตาย

คนจำนวนมากที่ติดการชอปปิงสูญเสียเงินไปหลายหมื่นหรือหลายแสนปอนด์ ในขณะที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ และคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งถึงกับไร้ที่อยู่อาศัย

ผู้คนต่างบรรยายถึงการใช้จ่ายที่ดูเหมือนไร้เหตุผล การซื้อของจนเต็มห้องโดยที่พวกเขาไม่มีความจำเป็นและไม่ได้ต้องการ หลายคนที่เป็นผู้หญิงบอกว่าพวกเธอรู้สึกไม่สามารถหยุดชอปปิงได้ แต่เชื่อว่าพฤติกรรมต่าง ๆ ไม่ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังเนื่องจากเป็นผู้หญิง

แซลลีบอกว่า เธอซื้อรองเท้าคู่เดิมซ้ำถึง 5 ครั้ง และซื้อที่นอนสุนัขแยกกันถึง 10 อันสำหรับเจ้าหมาพันธุ์ยอร์กเชียร์เทอร์เรียของเธอ

"คุณซื้อของชิ้นหนึ่งแล้วจะได้รับสารโดพามีนกระตุ้น และอยากได้ความรู้สึกนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก" เธออธิบาย

เรื่องราวส่วนใหญ่ที่บีบีซีได้รับฟังยังเกี่ยวข้องกับความต้องการทางเพศที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งบางครั้งทำให้ผู้หญิงออกไปหาคู่นอน และผู้ชายติดสื่อลามก

ถึงแม้กรณีแซลลีจะไม่ได้มีพฤติกรรมทางเพศที่ผิดปกติ แต่เธอก็เลิกเขียนหนังสือสำหรับเด็ก และหันไปตีพิมพ์นวนิยายอีโรติกสำหรับผู้ใหญ่ภายใต้นามแฝง

เมื่อมองย้อนกลับไป ตอนนี้เธอเริ่มตั้งคำถามว่า เธอจะเขียนหนังสือเล่มนั้นได้หรือไม่หากเธอไม่ได้ใช้ยาเสพติด

แซลลีติดต่อบีบีซีหลังจากที่ลูกสาวคนหนึ่งของเธอส่งลิงก์พอดแคสต์ซีรีส์ Impulsive ของบีบีซีซึ่งเผยแพร่ในเดือน ก.พ. มาให้ และบอกเธอว่า "เราคิดว่านี่คือคุณ"

แซลลีเล่าว่า หลังจากฟังพอดแคสต์นั้น เธอก็รู้ทันทีว่ายาที่เธอกินเป็นสาเหตุของพฤติกรรมของเธอ และถามตัวเองว่า "ทำไมฉันถึงไม่เชื่อมโยงอะไรเข้าด้วยกันเลย"

แซลลีให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ Ready to Talk ของเอ็มมา บาร์เน็ตต์ ว่า เธอรู้สึกโล่งใจที่ได้พบคำอธิบายสำหรับพฤติกรรมของเธอ แต่ก็รู้สึกโกรธที่ชีวิตของเธอถูก "แย่ง" ไป

เธอบอกว่า เธอจะต้องอยู่กับผลที่ตามมาจากการใช้จ่ายครั้งนั้นไปตลอดชีวิต

นอกจากจะไม่ได้รับการเตือนเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากแพทย์ผู้สั่งยาสำหรับโรคขาอยู่ไม่สุขแล้ว แซลลียังไม่เคยได้รับการติดตามอาการเพื่อดูว่ามีผลข้างเคียงเหล่านั้นเกิดขึ้นหรือไม่ โดยมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่แพทย์ตั้งคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมของเธอ เมื่อเธอมาถึงนัดหมายโดยถือถุงชอปปิงหลายใบ

ตามแนวทางของสถาบันแห่งชาติเพื่อความเป็นเลิศด้านสุขภาพและการดูแล (NICE) แพทย์จะต้องหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงของพฤติกรรมที่ควบคุมไม่ได้ในการนัดตรวจติดตามผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แต่ไม่มีแนวทางปฏิบัติเช่นนั้นสำหรับผู้ป่วยกลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (RLS) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง

"นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องอื้อฉาวด้านสุขภาพที่ผู้หญิงถูกมองข้าม" แซลลีกล่าว

ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่ายาที่กระตุ้นการทำงานของโดพามีนอาจทำให้อาการของโรคขาอยู่ไม่สุข (RLS) แย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป

ผู้ป่วย RLS บางรายอธิบายถึงวัฏจักรที่ยาเริ่มออกฤทธิ์ ก่อนที่จะทำให้อาการที่เป็นอยู่แย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป บางครั้งแพทย์แก้ปัญหาโดยการเพิ่มขนาดยา ซึ่งส่งผลให้เกิดพฤติกรรมวู่วามควบคุมตนเองไม่ได้เพิ่มมากขึ้น

วาเลอรี วูน ศาสตราจารย์ด้านประสาทจิตเวชศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าวว่า เพื่อนและครอบครัวของผู้ป่วยมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถสังเกตเห็นพฤติกรรมการซื้อของอย่างบ้าคลั่งได้

เธอบอกว่า โดยทั่วไปแล้วผลข้างเคียงนี้พบได้บ่อยพอ ๆ กับการติดการพนันและความต้องการทางเพศ แต่พฤติกรรมเหล่านั้นมักตรวจพบได้เร็วกว่า

"เวลาซื้อของออนไลน์ คุณจะไม่ได้รับฟีดแบ็กเร็วเท่าไร" วูนกล่าว "คุณอาจสั่งซื้อสินค้าหลายอย่างทางออนไลน์โดยไม่ค่อยระมัดระวังเท่าใดนัก"

"พฤติกรรมนี้ไม่มีการตีตราหรือการตอบรับเชิงลบจากสังคมแบบเดียวกัน ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้นานกว่า และเกิดในลักษณะที่ซ่อนเร้นกว่าพฤติกรรมอื่น ๆ"

ผลที่ตามมาคือ เพื่อนหรือครอบครัวอาจมองว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นเป็นความใจกว้างหรือความฟุ่มเฟือยมากกว่าที่จะเป็นความผิดปกติทางจิตใจ และพฤติกรรมเช่นนั้นก็ดำเนินต่อไป

จากผลการสืบสวนของบีบีซี หน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยของยาในสหราชอาณาจักรคือ สำนักงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ (Medicines and Healthcare products Regulatory Agency - MHRA) กำลังทบทวนคำเตือนเกี่ยวกับผลข้างเคียงด้านพฤติกรรมควบคุมตัวเองไม่ได้ของยากลุ่มโดพามีนอะโกนิสต์อยู่

MHRA ระบุว่า ไม่มีตัวยาใดที่ปราศจากความเสี่ยง และยาเหล่านี้ได้ช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจำนวนมาก

ผู้ผลิตยังกล่าวอีกว่า คำเตือนต่าง ๆ ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน ยาเหล่านี้ผ่านการทดลองอย่างครอบคลุม และยังคงได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

คำแนะนำของระบบสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) ชัดเจนว่า หากคุณกำลังใช้ยาที่กระตุ้นการทำงานของโดพามีน และมีข้อกังวลใด ๆ คุณควรปรึกษาแพทย์ของคุณ

หลังจากฟังพอดแคสต์เมื่อต้นปีนี้ แซลลีได้ลดปริมาณยาที่รับประทานลงเพื่อควบคุมพฤติกรรมวู่วามห้ามใจไม่ได้ของเธอ

อย่างไรก็ตาม เธอยังคงต้องใช้ยาต่อไป เพราะเป็นวิธีการรักษาเดียวที่ได้ผล

"มันอยู่กับฉันตลอดเวลา และฉันต้องต่อสู้กับมันทุกวัน"

"ทุกครั้งที่ฉันซื้อของ ฉันต้องคิดเสมอว่า 'นี่เป็นพฤติกรรมเสพติดหรือเปล่า ฉันกำลังทำมันอีกแล้วใช่ไหม'"