คู่ซี้วงการฟุตบอล ทำไมมิตรภาพระหว่างจู๊ด เบลลิงแฮม และเออร์ลิง ฮาลันด์ ถึงฉีกกรอบเดิม ๆ จนได้ใจแฟน ๆ บนโลกโซเชียล

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, แดน เซลส์
- Published
- เวลาอ่าน: 6 นาที
โลกอินเทอร์เน็ตในช่วงฟุตบอลโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีหนึ่งในไวรัลคือเรื่องราวมิตรภาพระหว่างลูกผู้ชาย (bromance) ในวงการฟุตบอล
และในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่จู๊ด เบลลิงแฮม ของทีมชาติอังกฤษ และเออร์ลิง ฮาลันด์ แห่งนอร์เวย์ จะลงฟาดแข้งกันในคืนวันเสาร์ตามเวลาสหรัฐฯ (04.00 น. ของวันที่ 12 ก.ค. ตามเวลาประเทศไทย) เหล่าแฟนบอลคงจะชมเกมโดยหวังว่าจะได้เห็นอะไรที่มากกว่าการทำประตู
มิตรภาพอันยาวนานของทั้งคู่ย้อนหลังไปได้ถึงในช่วงที่เบลลิงแฮมและฮาลันด์เล่นให้กับสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (BVB) ช่วงเวลาเหล่านั้นทำให้มีคลิปโมเมนต์ที่น่าจดจำของทั้งคู่ออกมาอยู่หลายเหตุการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เวียนขึ้นมาในโซเชียลอีกครั้งระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026
คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมกลมเกลียวของพวกเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้กลายมาเป็นยาถอนพิษที่ช่วยเยียวยากระแสความเป็นชายที่เป็นพิษ (Toxic Masculinity) และมุมมืดต่าง ๆ บนโลกโซเชียลมีเดีย
โดยเฉพาะบนอินสตาแกรมที่เต็มไปด้วยคลิปวิดีโอของเกมฟุตบอลซึ่งเบลลิงแฮม และฮาลันด์ต่างสวมกอดและฉลองชัยด้วยกัน
ขณะเดียวกันความมั่นใจของพวกเขาเมื่ออยู่ต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ รวมถึงบนช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง ก็ทำให้พวกเขาได้ตกแฟน ๆ ผู้ติดตามหน้าใหม่เป็นจำนวนมาก
คลิปหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือเมื่อเดือน ก.ย. 2021 ซึ่งเป็นคลิปหลังจากดอร์ทมุนด์ เอาชนะเบซิคตัส ฮาลันด์ตอนนั้นที่อายุ 25 ปี กล่าวชมฟอร์มการเล่นในเกมของเบลลิงแฮมว่า "ยอดเยี่ยม"
เบลลิงแฮมเดินเข้ามาในเฟรมภาพอย่างรู้จังหวะ แล้วแกล้งหอมแก้มฮาลันด์ก่อนออกจากกล้องไป
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากตลอดสัปดาห์คือจังหวะที่ฮาลันด์รีบพุ่งเข้าไปเพื่อปกป้องเบลลิงแฮม ที่ตอนนั้นอายุ 23 ปีหลังจากที่เขาถูกผู้เล่นฝั่งตรงข้ามผลักล้มลงในสนาม
"หากคุณย้อนไปในยุค 90 หรือ 2000 แบรนด์สินค้าจำนวนมากล้มเหลวในการใช้นักฟุตบอลเพราะว่าพวกเขามีพฤติกรรมที่แย่มาก" มาร์ก โบร์คาวสกี ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ กล่าวกับบีบีซี
"แต่ถ้าคุณมาดูนักฟุตบอลยุคนี้ พวกเขาแตกต่างออกไป และผมคิดว่ามันทำอะไรกับโซเชียลมีเดียได้มากมาย"
"จู๊ด เบลลิงแฮม วางตัวราวกับเป็นผู้ชายที่อายุมากกว่าเขาถึงสองเท่า ทั้งความฉลาด ความสุขุมเยือกเย็น และการตระหนักรู้ในตัวเอง"

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ส่วนฮาลันด์ก็มาจากครอบครัวที่อบอุ่นมาก ผมคิดว่าสิ่งที่หล่อหลอมให้ทั้งคู่เป็นอย่างทุกวันนี้คือกลิ่นอายความเป็นยุโรป (จากการลงเล่นในยุโรปในระดับสโมสร) ที่ทำให้พวกเขาระมัดระวังถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมและทำให้พวกเขาเป็นพวกเขาแบบทุกวันนี้"
"ฟุตบอลโลกครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เรื่องของทั้งคู่ช่วยสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้กับเกมการแข่งขัน"
มิตรภาพระหว่างเบลลิงแฮมและฮาลันด์ เริ่มเป็นที่สังเกตเห็นครั้งแรกตอนที่พวกเขาเล่นให้กับสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งทางสโมสรถึงกับเคยปล่อยวิดีโอลงช่องยูทิวบ์ในวันวาเลนไทน์ เป็นวิดีโอที่ทั้งสองคนผลัดกันอ่านประโยคจีบสาวแบบเลี่ยน ๆ ให้กันฟัง
อย่างเช่นประโยคที่ฮาลันด์เป็นคนอ่าน "ผมอยากพาคุณไปดูหนัง แต่พวกเขาไม่ยอมให้เราเอาขนมเข้าไปในโรงเอง"
"คุณชื่อกูเกิลหรือเปล่า เพราะคุณมีทุกอย่างที่ผมกำลังค้นหา" นี่คือประโยคที่เบลลิงแฮมอ่าน
แฟน ๆ บางส่วนของทั้งคู่ได้หยิบเรื่องราวความรักของนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งสายวายเรื่อง Heated Rivalry (อริร้าย ระอุรัก) ที่ดัดแปลงจากนิยายบอยเลิฟ โดยเสนอแนะว่านักกีฬาเหล่านี้ แม้ว่าจะมีรายงานว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิง แต่ก็มีเสน่ห์ส่วนตัวและแรงดึงดูดทางเพศที่สามารถจุดประกายความรักในแบบฉบับฟุตบอลของพวกเขาเองได้ ซึ่งถูกขนานนามอย่างสนุกสนานว่า Clated Rivalry (อาจแปลได้ว่า คู่อริรองเท้าสตั๊ด)

ที่มาของภาพ, Reuters
มาร์ก นาวาร์รา ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดีย กล่าวว่ามิตรภาพของคู่ซี้นักเตะคู่นี้มีความแตกต่างออกไป เพราะแสดงออกซึ่งมุมที่แสดงความอ่อนโยนต่อกันมากขึ้นของนักฟุตบอล
"ในทางหนึ่งนี่เป็นเหมือนสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้บ้างที่ช่วยให้คนรู้สึกผ่อนคลายจากมุมที่น่าเหนื่อยหน่ายของฟุตบอลบนโซเชียลมีเดีย" เขากล่าวกับบีบีซี
"ฟุตบอลบนโลกออนไลน์มักจะมีแต่กระแสความเดือดพล่าน การแบ่งข้างแบ่งฝ่าย และการทำให้นักเตะแต่ละคนถูกมองว่าเป็นได้แค่ฮีโร่หรือตัวร้ายเท่านั้น ดังนั้นผมคิดว่าสิ่งที่คลิปพวกนี้ทำก็คือการคืนความเป็นมนุษย์ให้กับคนสองคนที่ปกติแล้วเป็นทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านปอนด์ หรือไม่ก็เป็นคู่แข่งกัน หรือเป็นเครื่องจักรทำประตู ทั้งสองเป็นผู้เล่นที่มุ่งมั่นในการแข่งขันอย่างดุเดือดที่สุดในวงการฟุตบอลโลก แต่เมื่ออยู่นอกสนาม พวกเขากลับเป็นคนอารมณ์ดี อบอุ่น และแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าพวกเขาห่วงใยกัน โดยไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด"
"นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่ให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างไม่น่าเชื่อ คือการได้เห็นนักกีฬาชายหนุ่มสองคนแสดงออกถึงมิตรภาพที่อบอุ่นและเปิดเผย โดยไม่รู้สึกจำเป็นต้องแสร้งทำเป็นเป็นศัตรูกันต่อหน้ากล้อง ทั้งที่ในใจต่างก็ยังคงมุ่งมั่นอยากเอาชนะอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังชื่นชอบและเคารพซึ่งกันและกัน"
"เคมีของทั้งสองคนดูเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมากกว่าจะเป็นสิ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา มิตรภาพนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานหลายปีอยู่เบื้องหลัง"
"พวกเขายังเป็นคู่หูที่มีคาแรกเตอร์อันยอดเยี่ยม เบลลิงแฮมเป็นคนที่มีความเนี้ยบ พูดจาฉะฉานชัดเจน และเปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา ส่วนฮาลันด์จะมีสไตล์แปลกแหวกแนว นิ่ง ๆ หน้าตาย และมีเสน่ห์ตลก ๆ ที่กลายเป็นมีมได้โดยธรรมชาติ ผมว่าด้วยทั้งหมดทั้งมวลที่พวกเขาแสดงออกมาต่อกันนั้น เป็นสิ่งที่แฟน ๆ มักไม่ค่อยได้เห็นตอนที่พวกเขาอยู่ในบทบาทในฐานะที่เป็นนักกีฬาชั้นนำ"
ชีวิตนอกสนามของนักเตะทั้งสองคนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พวกเขาได้รับความนิยมเช่นกัน
แฟนสาวของฮาลันด์ คือ อิซาเบล เฮาก์เซง โยฮันเซน เป็นแฟนที่คบหากันมาตั้งแต่วัยเด็ก
ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตแบบหรูหราฟุ่มเฟือยตามแบบฉบับที่นักฟุตบอลหลายคนเป็น โดยฮาลันด์และอิซาเบลเคยเล่าถึงค่ำคืนธรรมดา ๆ ที่ใช้เวลาอยู่กับบ้าน ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับช่องเอนอาร์เค (NRK) ของนอร์เวย์

ที่มาของภาพ, Getty Images
ฮาลันด์เล่าว่า "ผมทำอาหารค่ำ... มันอาจจะดูน่าอายนิด ๆ สำหรับเธอที่ผมพูดเรื่องนี้ แต่เธอชอบเล่นวิดีโอเกม"
"พวกเราเล่นเกมไมน์คราฟต์ด้วยกัน เราสร้างบ้านและทั้งหมดนั่นเลยล่ะ หรือไม่ก็เราอาจจะกลับไปบ้านที่เมืองไบรน์ แล้วสั่งเคบับมากินกัน"
ส่วนเบลลิงแฮม มีกระแสข่าวว่าเขากำลังเดทกับนางแบบชาวสหรัฐฯ ชื่อ แอชลิน คาสโตร เบลลิงแฮมไม่ได้พูดถึงความสัมพันธ์นี้ของเขา แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าเขามีความผูกพันใกล้ชิดกับครอบครัว
"ลองมองย้อนไป ผมคิดว่าถ้าผมไม่ได้มีพ่อที่เล่นฟุตบอล บางทีผมคงไม่ได้เล่นฟุตบอลจริง ๆ เพราะมันไม่มีสิ่งใดมากระตุ้นให้ผมเป็นนักฟุตบอลตั้งแต่แรก" เบลลิงแฮมให้สัมภาษณ์ไว้บนเว็บไซต์ของทีมฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ
"และผมก็มีแม่ที่สอนผมในเรื่องชีวิตนอกกีฬาฟุตบอล แต่มันก็เอามาใช้ด้วยกันได้ดีเลย เพราะว่าบางเรื่องที่แม่สอนผมไว้ ผมก็เอามาใช้ในสนามด้วย เช่น การใจเย็น นิ่ง ๆ เข้าไว้ และการเป็นตัวอย่างที่ดีกับเพื่อนร่วมทีม การพยายามมีภาวะผู้นำ หรืออะไรแบบนั้น ผมคิดว่าหลาย ๆ อย่างเหล่านี้มาจากแม่ของผม เพราะเธอเป็นคนที่มีภาวะผู้นำที่ดีมาก"
ในโลกที่เต็มไปด้วยคอนเทนต์ออนไลน์ที่น่าสงสัยและความคิดเห็นที่แบ่งขั้ว มิตรภาพของสองนักเตะจึงเป็นช่วงที่เวลาสั้น ๆ ที่ช่วยคลายใจสำหรับหลายคน
นาวาร์รากล่าวเสริมว่า "ผมคงไม่พูดเกินจริงไปที่จะพูดว่ามิตรภาพของคู่ซี้ฟุตบอลคู่นี้ช่วยเยียวยาบรรยากาศที่เป็นพิษบนโซเชียลมีเดีย และถือเป็นเรื่องในมุมบวกที่สวนกระแสอยู่ทีเดียว"
"มันทำให้แฟนบอลได้เห็นการแข่งขันระหว่างคู่แข่งโดยไม่มีความเกลียดชัง ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้เริ่มรู้สึกเหมือนเป็นของแปลกใหม่บนโลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อย ๆ"
ไม่ว่าเกมระหว่างคู่ทีมชาติอังกฤษ-นอร์เวย์ ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรที่จะสามารถทำลายมิตรภาพระหว่างนักฟุตบอลดาวดังทั้งคู่ได้






























