"กองทัพลูลา" ใช้แชตวอตส์แอประดมเสียงจากโหวตเตอร์อย่างไร จนพลิกกลับมาชนะในเลือกตั้งบราซิล

ที่มาของภาพ, Reuters
- Author, จูเลีย เบราน์, รูตี ปีนา และลูอิซ แฟร์นานโด โตเลโด
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี
- Reporting from, ลอนดอน และ เซาเปาโล
- Published
- เวลาอ่าน: 6 นาที
เหล่าพันธมิตรของลูอิซ อีนาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา หรือลูลา ต่างออกมาให้เครดิตว่าช่อง ๆ หนึ่งบนแอปพลิเคชันสนทนาวอตส์แอป (WhatsApp) ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสมัยของเขา เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เกิดการพลิกสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายที่สุดครั้งหนึ่งในการเมืองบราซิลยุคปัจจุบัน
ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายของบราซิลรายนี้เคยมีคะแนนเสียงตามหลัง ฟลาวิโอ โบลโซนาโร ผู้ท้าชิงจากฝ่ายขวาอยู่ แต่เขากลับพลิกสถานการณ์มาได้ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์
ในช่วงเวลาที่หลายคนสงสัยว่าลูลาจะสามารถพลิกผลการเลือกตั้งได้หรือไม่ ช่องวอตส์แอปที่ใช้ชื่อว่า "กองทัพของลูลา" (Lula's Army) ได้ถือกำเนิดขึ้น และมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนแตะ 10.8 ล้านคน
ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การนำของอันเดร จาโนเนส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งได้กระตุ้นให้ผู้สนับสนุนช่วยกันแชร์วิดีโอ โปรโมตแฮชแท็ก และชักชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใหม่
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของช่องดังกล่าวระหว่างการเลือกตั้งทั้งสองรอบเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะดูเหมือนว่ามันจะช่วยพลิกความได้เปรียบเสียเปรียบที่ดำรงอยู่มายาวนานในแวดวงการเมืองบราซิล
เป็นเวลาหลายปีที่กลุ่มอนุรักษนิยมซึ่งอยู่ในแนวร่วมของอดีตประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ถูกมองว่าเป็นฝ่ายครองความได้เปรียบในการระดมมวลชนทางการเมืองบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่างวอตส์แอป และเทเลแกรม (Telegram)
การเกิดขึ้นของ "กองทัพของลูลา" (Lula's Army) ทำให้ผู้สนับสนุนจำนวนมากเชื่อว่าฝ่ายซ้ายของบราซิลค้นพบวิธีที่จะต่อสู้แข่งขันในสนามการเมืองดิจิทัลได้ในที่สุด ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทหลักในการเมืองบราซิลมาตั้งแต่ชัยชนะเลือกตั้งของโบลโซนาโรในปี 2018 ซึ่งเครือข่ายวอตส์แอปกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญของการรณรงค์ทางการเมือง
ข้อความจากช่องกองทัพของลูลามักถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าให้ผู้ติดตามนำไปส่งต่อแก่เพื่อนและครอบครัว โดยแต่ละข้อความจะมอบหมายภารกิจเฉพาะให้แก่ผู้สนับสนุนเพื่อเพิ่มการมองเห็นของลูลาบนสื่อสังคมออนไลน์
จาโนเนสมักสั่งการ "กองกำลัง" ของเขาให้ช่วยกันทำให้วิดีโอหาเสียงเนื้อหาล่าสุดให้กลายเป็นกระแส หรือช่วยผลักดันให้แฮชแท็กใหม่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างข้อความคำสั่งบางส่วนที่ได้รับแจ้งในช่องวอตส์แอปมีอย่างเช่น "ทุกคน ด่วน!" "อย่าเพิ่งเข้านอน" "ยังไม่ได้กินจนกว่าภารกิจจะเสร็จ!" และ "ผมมีอีกหนึ่งภารกิจก่อนปล่อยทุกคนกลับ"

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images
ในช่วงก่อนวันเลือกตั้งเพียงหนึ่งวัน สส. บราซิลที่สนับสนุนลูลารายนี้ยังจัดการถ่ายทอดสดต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการถ่ายทอดสดครั้งนี้ถูกขนานนามว่า "ไลฟ์สดพลิกเกม" แม้ว่าโพลสำรวจความคิดเห็นยังคงชี้ว่าโบลโซนาโรจะเป็นฝ่ายชนะก็ตาม
กลยุทธ์ดังกล่าวได้ผลดี แม้ว่าสมาชิกบางส่วนของพรรคแรงงาน (Workers' Party) จะกังวลว่าสไตล์การสื่อสารบนโซเชียลมีเดียของจาโนเนสซึ่งมักมีลักษณะเผชิญหน้าและดุเดือด อาจบั่นทอนภาพลักษณ์ที่สุขุมและเป็นสายกลางมากกว่าของลูลา ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่พวกเขาต้องการนำเสนอ
ในการกล่าวสุนทรพจน์หลังชัยชนะ ลูลาเรียกจาโนเนสว่า "นายพลของพวกเรา" และกล่าวขอบคุณเขาที่ "ช่วยปลุกขวัญกำลังใจให้กับกองกำลังของเราทุกวัน"

ที่มาของภาพ, Luca Meola/Getty Images
อย่างไรก็ตาม การวัดผลกระทบของการระดมมวลชนผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีต่อผลการเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง
แม้ว่าพันธมิตรของลูลาจะยกความดีความชอบให้กับกองทัพของลูลาว่ามีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพลิกสถานการณ์ครั้งนี้ แต่นักรัฐศาสตร์เตือนว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุได้อย่างแน่ชัดว่ามีคะแนนเสียงจำนวนเท่าใด หรือมีคะแนนเสียงส่วนใดหรือไม่ที่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากปฏิบัติการบนวอตส์แอปดังกล่าว
เดนิลดี ฮอลซ์ฮัคเกอร์ นักรัฐศาสตร์ มองว่าปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการกลับมาของลูลาคือการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการหาเสียง
เธอกล่าวว่า แทนที่จะพึ่งพาการมีส่วนร่วมบนโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียว ผู้สมัครจากพรรคแรงงานรายนี้ประสบความสำเร็จในการเชื่อมโยงการรณรงค์หาเสียงผ่านช่องทางดิจิทัลเข้ากับการระดมมวลชนในพื้นที่จริงระดับรากหญ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฮอลซ์ฮัคเกอร์บอกว่าทีมรณรงค์หาเสียงได้เพิ่มความเข้มข้นในการเคลื่อนไหวระดับท้องถิ่น และปรับเปลี่ยนสารที่ใช้สื่อสารโดยเชื่อมโยงชัยชนะของโบลโซนาโรเข้ากับความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงการสวัสดิการสังคม และการสูญเสียสิทธิต่าง ๆ
"สิ่งที่ต้องยกความดีความชอบให้ลูลาก็คือเขาตระหนักถึงจุดอ่อนของตัวเอง และเปลี่ยนสไตล์ของตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง" เธอกล่าว "และจาโนเนสก็สามารถทำในสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้สำหรับฝ่ายซ้ายของบราซิล นั่นคือการครองพื้นที่บนสื่อสังคมออนไลน์"
ในทางกลับกัน ฮอลซ์ฮัคเกอร์มองว่าฟลาวิโอ โบลโซนาโรเข้าสู่การเลือกตั้งรอบชี้ขาดด้วยความมั่นใจว่าจะชนะมากเกินไป และไม่สามารถสื่อสารข้อความของตนเองไปยังผู้สนับสนุนได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ที่มาของภาพ, Luca Meola/Getty Images
เมย์รา กูลาร์ต นักสังคมวิทยาและนักรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสหพันธ์ริโอเดจาเนโรในบราซิลก็เตือนเช่นกันว่า ไม่ควรอธิบายการพลิกกลับมาของลูลาโดยยกความสำเร็จให้กับสื่อสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียว
"มันเป็นการผสมผสานระหว่างสื่อสังคมออนไลน์กับการระดมผู้สนับสนุนในระดับพื้นที่" เธอกล่าว "การเคลื่อนไหวในโลกจริงเอื้อให้เกิดการระดมผู้คนในรูปแบบที่สามารถลดจำนวนผู้ไม่ออกมาใช้สิทธิ และโน้มน้าวผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังตัดสินใจไม่ได้"
ในมุมมองของเธอ ผู้สนับสนุนลูลาประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนความกระตือรือร้นบนโลกออนไลน์ให้กลายเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมืองในโลกความเป็นจริง
"ผู้ที่มุ่งมั่นให้ลูลาชนะการเลือกตั้งต่างทำงานเพื่อรวบรวมผู้คนและโน้มน้าวให้พวกเขาออกไปลงคะแนนเสียง" กูลาร์ตกล่าว
เธอเห็นว่าความพยายามดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังอาจพิสูจน์ได้ว่ามีคุณค่าสำหรับการบริหารประเทศของลูลาในสมัยต่อไปด้วย
"ฉันเชื่อว่าความพยายามร่วมกันครั้งนี้เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่สำคัญ และจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลที่ยังต้องเผชิญกับการต่อสู้อีกมากในอนาคต ไม่เพียงแต่ช่วยลดจำนวนผู้ไม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังสามารถโน้มน้าวผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจได้เป็นจำนวนมาก" กูลาร์ตระบุ
ลูลาเองก็ส่งสัญญาณว่าการระดมพลังสนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังการพลิกกลับมาชนะการเลือกตั้งของเขา อาจส่งผลต่อแนวทางการบริหารประเทศในช่วงหลายปีข้างหน้า
ในการกล่าวสุนทรพจน์หลังชัยชนะ เขากล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ได้มอบบทเรียนมากมายให้แก่เขา และให้คำมั่นว่าจะเปลี่ยนวิธีการบริหารประเทศบราซิล
"เราจะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น และการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างมากในรัฐบาลของผม"
































