การยกน้ำหนักช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้นได้จริงหรือ ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, โดมินิก ฮิวส์
- Role, ผู้สื่อข่าวสายสุขภาพ
- Author, เลสลีย์ ฮิตเชน
- Role, โปรดิวเซอร์เนื้อหาด้านสุขภาพ
- Author, เจมส์ โกแวน
- Role, โปรดิวเซอร์เนื้อหาด้านสุขภาพ
- Published
- เวลาอ่าน: 4 นาที
การฝึกยกน้ำหนักสัปดาห์ละ 90 นาทีถึง 2 ชั่วโมง สามารถลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้อย่างมาก จากผลวิจัยชิ้นใหม่
ข้อมูลที่รวบรวมจากการศึกษาระยะยาวหลายทศวรรษ ชี้ว่าการฝึกออกกำลังแบบแรงต้านหรือการฝึกยกน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลานาน สามารถลดโอกาสการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีนัยสำคัญ
ประโยชน์ดังกล่าวยังรวมถึงการลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคทางระบบประสาทด้วย
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า นี่เป็นหลักฐานเพิ่มเติมว่าการฝึกที่เน้นความแข็งแรงสามารถช่วยป้องกันหรือชะลอภาวะสุขภาพที่ย่ำแย่ และอาจช่วยลดภาระต่อระบบบริการสาธารณสุขที่มีภาระท่วมท้น
เคท โฮการ์ธ มีอายุเพียง 28 ปี แต่เธอก็เริ่มคิดถึงการรักษาสุขภาพสำหรับช่วงบั้นปลายของชีวิตแล้ว เธอชื่นชอบการฝึกยกน้ำหนักและชอบที่มันช่วยเสริมความมั่นใจให้เธอในตอนนี้ แต่เธอก็ตระหนักได้ว่ามันมีประโยชน์ต่อสุขภาพในระยะยาวด้วย
"ฉันอยากจะใช้ชีวิตได้อย่างอิสระในช่วงบั้นปลายชีวิต"
"มีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ทั้งหมดของการฝึกความแข็งแรง ทั้งต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด กล้ามเนื้อ กระดูก และสุขภาพจิต"
"ฉันอยากจะสามารถเดินทางรอบโลกได้เมื่อฉันอายุ 70 80 หรือ 90 ปี และฉันอยากจะสามารถอุ้มหลาน ๆ และเล่นกับพวกเขาได้ และการมีความเป็นอิสระในระดับนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก"

ที่มาของภาพ, BBC/Lesley Hitchen
การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น การวิ่งเหยาะ ๆ การปั่นจักรยาน หรือการว่ายน้ำ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง
บริการสาธารณสุขแห่งชาติของสหราชอาณาจักร หรือ เอ็นเอชเอส (NHS) ระบุว่าการทำออกกำลังแนวแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงช่วยลดความเครียดและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเองได้
ทว่า สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนนักคือ บทบาทของการฝึกที่เน้นความแข็งแรงอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้อย่างไร ซึ่งตอนนี้มันกำลังเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น
นักวิจัยได้ศึกษาข้อมูลจาก 3 งานวิจัยที่มีผู้เข้าร่วมทั้งชายและหญิงรวมกัน 147,374 ราย ตลอดระยะเวลา 30 ปี
พวกเขาพบว่าผู้ที่ฝึกยกน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละระหว่าง 90 นาที ถึง 2 ชั่วโมง มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากทุกสาเหตุลดลง 13%
นอกจากนี้ยังพบว่าความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองลดลงถึง 19%
สำหรับการเสียชีวิตจากโรคทางระบบประสาท เช่น ภาวะสมองเสื่อม ลดลงอย่างมากถึง 27%
นักวิจัยสรุปว่า "ความเสี่ยงต่ำที่สุด" พบในกลุ่มผู้ที่ออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิกและการฝึกความแข็งแรงในระดับสูงควบคู่กัน
ในกลุ่มที่มีความกระตือรือร้นอย่างมาก ซึ่งหมายถึงผู้ออกกำลังกายแบบแอโรบิกหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ พบว่าความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากทุกสาเหตุลดลงได้สูงสุดถึง 58%
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังพบด้วยว่าการฝึกความแข็งแรงมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่ได้ให้ประโยชน์เพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มาของภาพ, BBC/Lesley Hitchen
เบฟ วิลสัน ทำงานที่เมืองฮาร์โรเกต เทศมณฑลนอร์ทยอร์กเชียร์ ในตำแหน่งเทรนเนอร์ส่วนตัว เธอเองก็เห็นประโยชน์ของการฝึกยกน้ำหนักจากงานของเธอเช่นกัน
"เมื่อฉันฝึกลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าผู้หญิง ฉันสังเกตว่าเมื่อพวกเขามาหาฉัน พวกเขามีปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดข้อ หรือแค่รู้สึกขาดพลังงาน หรืออัตราการเผาผลาญไม่ดี ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น"
"ฉันพบว่าการฝึกความแข็งแรงช่วยปรับปรุงและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมาก อีกทั้งมันยังช่วยลดอาการปวดข้อ และช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก พวกเธอรู้สึกแข็งแรงขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น และมีพลังมากขึ้น"
นอกจากนี้ เธอยังพบว่ามันช่วยเรื่องสุขภาพสมองของคนอีกด้วย
"นอกจากจะรู้สึกมีพลังและสุขภาพดีขึ้นมากแล้ว พวกเขายังพบว่าการทำงานด้านความคิดดีขึ้น พวกเขาสามารถมีสมาธิในการทำงานได้มากขึ้น และความจำก็ดีขึ้น" วิลสันกล่าว
ด้านทอม เบอร์ตัน หัวหน้าฝ่ายนโยบายด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของกรมการกีฬาของอังกฤษบอกว่าการออกกำลังกายเป็นกุญแจสำคัญสู่ชุมชนที่มีสุขภาพดี มั่งคั่ง และมีความสุข
"การออกกำลังกายที่เน้นความแข็งแรงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง โดยเฉพาะการสนับสนุนให้มีอายุมากขึ้นอย่างมีสุขภาพดี ช่วยป้องกันหรือชะลอภาวะสุขภาพที่ย่ำแย่ ทำให้เรายังเคลื่อนและพึ่งพาตัวเองได้ ช่วยลดภาระต่อระบบสาธารณสุขและบริการดูแลต่าง ๆ"
































